IGCSE คืออะไร? สอบกี่วิชา เข้าคณะอะไรได้บ้าง?

สวัสดีค่ะวันนี้พี่จะพาน้อง ๆ มารู้จักหลักสูตรการเรียนระดับมัธยมของสหราชอาณาจักรที่เป็นที่ยอมรับและโด่งดังในระดับสากลอย่าง IGCSE หรือ International General Certificate of Secondary Education เป็นระบบที่ใช้กันแพร่หลายในโรงเรียนนานาชาติ หลักสูตรอังกฤษหลายแห่งในไทยด้วยค่ะ
ในบทความนี้พี่จะมาอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับการสอบ IGCSE คืออะไร สอบได้ตั้งแต่อายุเท่าไหร่ สามารถนำไปเทียบกับวุฒิอะไรในไทยได้บ้าง รวมถึงมีคณะและมหาวิทยาลัยไหนบ้างที่รับวุฒิ IGCSE ค่ะ
Key Takeaway
- IGCSE หลักสูตรการศึกษาระบบอังกฤษสำหรับนักเรียนอายุ 14-16 ปี (เทียบเท่า ม.4 ไทย)
- วุฒิ IGCSE ต่อยอดได้หลายเส้นทาง เช่น A-Level, IB และ Foundation โดยเกณฑ์รับเข้ามหาวิทยาลัยแต่ละแห่งอาจกำหนด AS & A Level หรือคุณสมบัติเพิ่มเติม
- เลือกสอบวิชาได้ตามความถนัด ต้องสอบอย่างน้อย 5 วิชา โดยมีคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษเป็นวิชาหลัก
- ระบบให้คะแนนเป็นเกรด ไม่ใช่เปอร์เซ็นต์ ใช้ A*-G หรือ 9-1 ตามบอร์ดสอบและรายวิชา
- การสอบ IGCSE เหมาะกับนักเรียนที่วางแผนอนาคตระยะยาว โดยเฉพาะสายแพทย์ วิศวะ บริหารธุรกิจ และคณะอินเตอร์
IGCSE คืออะไร?
IGCSE (International General Certificate of Secondary Education) คือหลักสูตรการสอบเทียบวุฒิมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยประเทศอังกฤษ และได้รับการยอมรับจากสถาบันการศึกษาทั่วโลก หลักสูตรนี้ถูกออกแบบให้เน้นการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และความรู้ที่ครอบคลุมหลากหลายสาขาวิชา
IGCSE เทียบเท่าวุฒิอะไรในไทย?
วุฒิการศึกษา IGCSE เทียบได้กับระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หรืออยู่ในช่วง Key Stage 4 ของระบบการศึกษาอังกฤษ น้อง ๆ สามารถใช้วุฒิ IGCSE เพื่อสอบ AS, A-LEVEL หรือ IB ได้ เมื่อสอบผ่านครบ จะเทียบกับการสอบผ่านระดับมัธยมปลาย สามารถใช้คะแนนสอบไปยื่นเพื่อสมัครเข้าศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัยหลักสูตรนานาชาติและมหาวิทยาลัยในต่างประเทศได้ค่ะ
IGCSE เหมาะกับใครบ้าง?
การสอบ IGCSE เหมาะสำหรับนักเรียนที่ต้องการเรียนต่อในระบบการศึกษานานาชาติ โดยเฉพาะผู้ที่วางแผนต่อยอดไปสู่ A-Levels, IB Diploma, Foundation หรือศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยต่างประเทศ ทั้งยังช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และภาษาอังกฤษเชิงวิชาการ ซึ่งเป็นทักษะสำคัญต่อการเรียนในระดับที่สูงขึ้นและการทำงานในอนาคต
- นักเรียนช่วงอายุประมาณ 14-16 ปี หรือระดับ Year 10-11 ที่ต้องการเรียนหลักสูตรอินเตอร์มาตรฐานโลก โดยทั่วไปใช้ระยะเวลาเรียนประมาณ 2 ปี
- ผู้ที่วางแผนเรียนต่อมหาวิทยาลัยต่างประเทศ เช่น อังกฤษ อเมริกา ออสเตรเลีย หรือมหาวิทยาลัยอินเตอร์ในไทย
- นักเรียนที่ถนัดภาษาอังกฤษ หรืออยากพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเชิงวิชาการอย่างจริงจัง
- ผู้ปกครองที่มองหาเส้นทางการศึกษาที่ยืดหยุ่น สามารถต่อยอดไป A-Level, IB, Foundation หรือหลักสูตรอินเตอร์อื่น ๆ ได้
อย่างไรก็ตาม IGCSE อาจไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการวุฒิเทียบเท่า ม.6 ให้ได้เร็วที่สุด เพราะโดยทั่วไปเป็นหลักสูตร 2 ปี และอาจต้องเรียนต่อในระดับ A-Level, IB, Foundation หรือหลักสูตรอื่นตามเป้าหมาย หากเน้นความรวดเร็วในการได้วุฒิเทียบเท่ามัธยมศึกษาตอนปลาย ควรนำ IGCSE มาเปรียบเทียบกับ GED ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งก่อนตัดสินใจ
IGCSE มีวิชาอะไรบ้าง?
น้องจะต้องสอบ IGCSE ทั้งหมด 5 วิชา โดยวิชาบังคับ คือ คณิตศาสตร์ (Mathematics) และ ภาษาอังกฤษ (English as a second language) และเลือกสอบเพิ่มอีก 3 วิชาตามความถนัดซึ่งมีให้เลือกถึง 70 วิชา โดยแบ่งออกเป็น 6 กลุ่มวิชาหลัก ได้แก่
- กลุ่มวิชาทักษะภาษาอังกฤษ (English Language and Literature) เช่น English First Language, English Literature, English as an Additional Language และ English as a Second Language เป็นต้น
- กลุ่มวิชาภาษาศาสตร์ (Language) เช่น Thai, English (First or Second Language), Chinese, Japanese, Korean, Arabic, German และ French เป็นต้น
- กลุ่มวิชาคณิตศาสตร์ (Mathematics) เช่น Mathematics, Cambridge, International Mathematics และ Additional Mathematics เป็นต้น
- กลุ่มวิชามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ (Humanities and Social Sciences) เช่น Economics, Geography, History, Business Studies และ Travel and Tourism เป็นต้น
- กลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์ (Sciences) เช่น Agriculture, Biology, Chemistry, Physics และ Environmental Management เป็นต้น
- กลุ่มวิชาทักษะวิชาชีพ (Creative and professional) เช่น Accounting, Art & Design, Business Studies, Music และ Travel & Tourism เป็นต้น
* เวลาสอบขึ้นอยู่กับแต่ละรายวิชา
*** ต้องสอบให้ผ่านอย่างน้อย 5 วิชา เกรดไม่ต่ำกว่า C เพื่อผ่านหลักสูตร
ข้อสอบ IGCSE คิดคะแนนยังไง?
ข้อสอบ IGCSE ไม่ได้คิดคะแนนเป็นเปอร์เซ็นต์แบบการสอบทั่วไป แต่ใช้ระบบการวัดผลด้วย Grade มาตรฐานสากล โดยคะแนนสอบจะถูกแปลงเป็นเกรดตั้งแต่ A ถึง G* ซึ่ง A* เป็นระดับสูงสุด และ G เป็นเกณฑ์ผ่านขั้นต่ำ หากได้ต่ำกว่า G จะถือว่าไม่ผ่านหรือ U (Ungraded) นอกจากนี้ บางวิชาและบางบอร์ดสอบ โดยเฉพาะ Cambridge รุ่นใหม่ ยังใช้ระบบคะแนนแบบ ตัวเลข 9–1 ซึ่ง 9 คือระดับสูงสุด และ 1 คือเกณฑ์ผ่านขั้นต่ำค่ะ
รายวิชา IGCSE มีระดับอะไรให้เลือกบ้าง?
IGCSE มีระดับ Core และ Extended ในบางวิชา โดยทั้งสองระดับอยู่ในหลักสูตรเดียวกัน แต่แตกต่างกันที่ขอบเขตและความลึกของเนื้อหา
- Core : เน้นเนื้อหาพื้นฐาน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนในระดับมาตรฐาน
- Extended : เนื้อหากว้างและลึกกว่า Core เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการต่อยอดการเรียนในระดับสูง เช่น A-Level
หมายเหตุ: ไม่ใช่ทุกวิชาจะมีทั้ง Core และ Extended ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละวิชา
เลือกสอบ IGCSE ยังไงให้เหมาะกับเป้าหมายการเรียนต่อ?
การเลือกวิชา IGCSE ควรดูทั้ง ความถนัด ความสนใจ และแผนการเรียนต่อ เพราะแต่ละมหาวิทยาลัยและหลักสูตรอาจกำหนดวิชาที่ต้องใช้แตกต่างกัน
- ดูเป้าหมายการเรียนต่อ: เช็กก่อนว่าคณะที่หรือมหาวิทยาลัยที่สนใจต้องการวิชาใดเป็นพิเศษ
- เลือกวิชาที่ถนัดและสนใจ: ช่วยให้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีโอกาสทำคะแนนได้ดี
- วางแผนวิชาหลักให้เหมาะสม: เช่น Mathematics, English และ Science มักเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับหลายสายการเรียน
- พิจารณาวิชาเสริมตามสายที่สนใจ: เช่น Business, Economics, Computer Science หรือวิชาด้านมนุษยศาสตร์
- ตรวจสอบเกณฑ์ของหลักสูตรต่อเนื่อง: หากวางแผนต่อ A-Level, IB หรือ Foundation ควรเลือก IGCSE ให้สอดคล้องกับวิชาที่จะเรียนต่อด้วย
ข้อสอบ IGCSE คิดคะแนนยังไง?
ข้อสอบ IGCSE ไม่ได้คิดคะแนนเป็นเปอร์เซ็นต์แบบการสอบทั่วไป แต่ใช้ระบบการวัดผลด้วย Grade มาตรฐานสากล โดยคะแนนสอบจะถูกแปลงเป็นเกรดตั้งแต่ A* ถึง G โดย A* เป็นระดับสูงสุด และ G เป็นเกณฑ์ผ่านขั้นต่ำ หากได้คะแนนต่ำกว่าเกณฑ์ G จะถือว่าไม่ผ่านหรือ U (Ungraded) นอกจากนี้ บางวิชาและบางบอร์ดสอบ โดยเฉพาะ Cambridge รุ่นใหม่ ยังใช้ระบบคะแนนแบบ ตัวเลข 9-1 ซึ่ง 9 คือระดับสูงสุด และ 1 คือเกณฑ์ผ่านขั้นต่ำค่ะ
สอบ IGCSE มีที่ไหนบ้าง?
สามารถเลือกสมัครและเข้าสอบได้ตามสถานที่ดังนี้
- โรงเรียนนานาชาติที่เป็นศูนย์สอบ IGCSE เช่น Harrow International School Bangkok, Satit Bilingual School of Rangsit University (SBS) หรือ Singapore International School of Bangkok เป็นต้น
- บริติช เคาน์ซิล ประเทศไทย สาขาสยามแสควร์ (รออัปเดตสนามสอบกับสถาบันโดยตรง) น้อง ๆ สามารถสมัครด้วยตนเองได้ที่ บริติช เคาน์ซิล สาขาสยามแสควร์ (จันทร์ – เสาร์ เวลา 09.00-18.00 น.) หรือสามารถเข้าไปศึกษารายละเอียดการสมัครสอบ IGCSE กับบริติช เคาน์ซิล ประเทศไทยได้ที่คลิกที่นี่!
ค่าสอบ IGCSE เท่าไหร่?
ค่าสอบ IGCSE อยู่ที่ประมาณ 8,000 – 12,000 บาทต่อวิชา โดยราคาจะแตกต่างกันไปตามรายวิชาและศูนย์สอบ (เช่น British Council, Harrow International School, ถ้าสมัครช้าจะมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม (Late Fee) และควรสมัครล่วงหน้าอย่างน้อย 2 เดือนเพื่อหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นและมีเวลาเตรียมตัวมากขึ้นค่ะ
วิธีเช็คผลสอบ IGCSE
ปัจจุบันผลสอบ IGCSE สามารถเช็กผ่านช่องทางออนไลน์ได้แล้ว หลังจากเสร็จสิ้นการสอบประมาณ 6-8 สัปดาห์ น้อง ๆ สามารถเช็กผลสอบได้ที่เว็บไซต์ Cambridge International Examination ดังนี้
- เข้าไปที่เว็บไซต์ myresults.cie.org.uk
- หากยังไม่เคยสมัครสมาชิก ต้องกรอกข้อมูลลงทะเบียนให้เรียบร้อยเสียก่อน
- หลังจากสมัครเรียบร้อยให้ Login เข้าสู่ระบบ
- จากนั้นใส่ ID ผู้สมัครและหมายเลขลับจากการยืนยันการเข้า
- กรอกที่อยู่อีเมลและรหัสผ่าน
- เมื่อผลสอบออกจะได้รับอีเมลยืนยัน จากนั้นน้อง ๆ สามารถเข้าสู่ระบบเพื่อดูผลสอบ IGCSE ได้
คะแนน IGCSE ยื่นเข้าคณะ/มหาวิทยาลัยอะไรบ้าง?
สำหรับนักเรียนไทย IGCSE สามารถใช้เป็นส่วนหนึ่งของคุณวุฒิสำหรับสมัครเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยไทยบางแห่ง โดยเฉพาะหลักสูตรนานาชาติและหลักสูตรที่เปิดรับผู้จบจากระบบการศึกษาต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม เกณฑ์การรับ IGCSE แตกต่างกันตามมหาวิทยาลัย คณะ หลักสูตร และรอบการรับสมัคร ดังนั้นจึงควรตรวจสอบประกาศของหลักสูตรที่ต้องการสมัครโดยตรงทุกปี
คณะที่นักเรียนที่เรียนระบบ IGCSE สามารถวางแผนสมัครต่อได้ เช่น
- คณะแพทยศาสตร์ / ทันตแพทยศาสตร์ / สัตวแพทยศาสตร์ (หลักสูตรอินเตอร์)
มักพิจารณาคะแนน IGCSE วิชาหลักอย่าง Biology, Chemistry, Mathematics ควบคู่กับ A-Level, IB หรือการสอบอื่นเพิ่มเติม - คณะวิศวกรรมศาสตร์ (Engineering)
โดยเฉพาะหลักสูตรนานาชาติ ใช้ IGCSE Math, Additional Math, Physics เป็นพื้นฐานก่อนต่อ A-Level หรือ Foundation - คณะบริหารธุรกิจ / บัญชี / การเงิน / เศรษฐศาสตร์
ใช้ IGCSE Mathematics, Business Studies, Economics และ English เป็นหลัก - คณะนิติศาสตร์ (หลักสูตรอินเตอร์)
ให้ความสำคัญกับ IGCSE English, English Literature และวิชาสายมนุษยศาสตร์ - คณะนิเทศศาสตร์ / สื่อสารมวลชน / การตลาด / Digital Media
ใช้ IGCSE English, Media Studies, Business หรือ Art & Design ประกอบการพิจารณา - คณะศิลปศาสตร์ / อักษรศาสตร์ / International Studies
เน้นคะแนน IGCSE ภาษาอังกฤษและวิชาสังคมศาสตร์ เช่น History, Geography - คณะสถาปัตยกรรม / ออกแบบ / ศิลปกรรม (หลักสูตรอินเตอร์)
ใช้ IGCSE Art & Design ร่วมกับ Portfolio
มหาวิทยาลัยในไทยที่น้อง ๆ นิยมยื่นกัน ได้แก่
- จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- มหาวิทยาลัยมหิดล
- มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- มหาวิทยาลัยศิลปากร
- มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ
- สถาบันพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
- มหาวิทยาลัยสแตมฟอร์ด
- มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
คอร์สเตรียมความพร้อมสอบ IGCSE ที่ The Advisor Academy!
หากน้อง ๆ นักเรียนที่มีอายุ 14-16 ปี อยากสอบ IGCSE ให้ผ่านฉลุย มาเตรียมลุยข้อสอบ IGCSE กับ The Advisor Academy หนึ่งในสถาบันเตรียมสอบหลักสูตรนานาชาติ (Test Preparation Center) ชั้นนำในประเทศไทยที่มีหลักสูตรติว IGCSE ทั้งแบบส่วนตัว แบบคู่ และแบบกลุ่ม โดยในคอร์สติว IGCSE จะมีการประเมินพื้นฐานภาษาอังกฤษก่อนเรียน พร้อมวางแผนเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยเป็นรายบุคคลให้อย่างละเอียด เข้าเรียนสดผ่านระบบ Zoom จำนวน 100 ชั่วโมงเต็ม พร้อมไฟล์บันทึกการสอนเพื่อทบทวนย้อนหลัง รวมทั้งมีการทดสอบ IGCSE กับครูผู้สอนก่อนลงสู่สนามสอบจริงอีกด้วย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการสอบ IGCSE
การสอบ IGCSE ยากไหม?
การสอบ IGCSE ไม่ได้ยากเกินไป แต่ก็ไม่ง่ายค่ะ โดยระดับความยากจะขึ้นอยู่กับพื้นฐานของผู้เรียน วิชาที่เลือกสอบ และการเตรียมตัวเป็นหลักค่ะ น้อง ๆ คนไหนที่อยากเตรียมสอบอย่างถูกวิธี เข้ามาปรึกษาคอร์สเรียนกับ The Advisor ค่ะ
IGCSE กับ GED สอบอันไหนดีกว่า?
ไม่ได้คำตอบที่ตายตัวว่าสอบอะไรดีกว่ากันค่ะ แต่ IGCSE เหมาะกับนักเรียนที่ยังอยู่ในระบบการศึกษาและต้องการวุฒิสากลเพื่อต่อยอด A-Level, IB หรือมหาวิทยาลัยอินเตอร์ ส่วนสอบเทียบ GED เหมาะกับผู้ที่ต้องการวุฒิเพื่อลัดไปเข้าระบบมหาวิทยาลัย ทำให้จบเร็วกว่าค่ะ