Sound Engineer ต้องเรียนคณะอะไร เตรียมตัวให้พร้อมเพื่อเดินตามฝัน

Sound Engineer ต้องเรียนคณะอะไร

อาชีพ Sound Engineer เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ผสานทั้งความคิดสร้างสรรค์และทักษะด้านเทคนิคเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นงานเบื้องหลังคอนเสิร์ต ภาพยนตร์ หรือสื่อดิจิทัลต่าง ๆ ที่ต้องอาศัยคุณภาพเสียงระดับมืออาชีพ น้อง ๆ หลายคนจึงเริ่มตั้งคำถามว่า Sound Engineer ต้องเรียนคณะอะไร เพื่อให้สามารถก้าวไปสู่เส้นทางนี้ได้อย่างมั่นคง พี่ ๆ The Advisor เข้าใจดีว่าการเลือกเส้นทางการเรียนเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ บทความนี้จึงจะพาน้อง ๆ ไปทำความรู้จักสายการเรียนที่เกี่ยวข้อง พร้อมแนวทางเตรียมตัวให้พร้อม เพื่อเดินตามความตั้งใจที่วางไว้ได้อย่างมั่นใจมากขึ้นค่ะ

Key Takeaway

  • Sound Engineer คือผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการบันทึก ปรับแต่ง และควบคุมคุณภาพเสียงในงานเสียงประเภทต่าง ๆ
  • อาชีพ Sound Engineer ไม่จำเป็นต้องจบตรงสายเสมอไป แต่สิ่งสำคัญคือความสนใจด้านเสียงอย่างจริงจังค่ะ
  • Sound Engineer จำเป็นต้องมีความเข้าใจพื้นฐานด้านเสียง ทักษะการใช้อุปกรณ์และซอฟต์แวร์เสียง และทักษะการฟังอย่างละเอียดค่ะ
  • งาน Sound Engineer จะแบ่งออกเป็น 2 สายหลักคืองานในสตูดิโอ และงานระบบเสียงสด (Live Sound)
  • เรียนจบ Sound Engineer สามารถทำงานได้หลายที่ เช่น สตูดิโอบันทึกเสียง, ค่ายเพลง, บริษัทโปรดักชันภาพยนตร์และโฆษณา, สถานีโทรทัศน์และวิทยุ เป็นต้น
สารบัญบทความ

Sound Engineer คืออะไร

sound engineer

Sound Engineer หรือ วิศวกรเสียง คือผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการบันทึก ปรับแต่ง และควบคุมคุณภาพเสียงในงานเสียงประเภทต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นดนตรี ภาพยนตร์ รายการโทรทัศน์ หรือสื่อออนไลน์ โดยหน้าที่ความรับผิดชอบหลักคือการจัดการเสียงให้เหมาะสมตามวัตถุประสงค์ในการฟัง อาชีพนี้ต้องอาศัยทั้งความรู้ในด้านเทคนิคและการใช้อุปกรณ์เฉพาะทาง ไม่ว่าจะเป็นทฤษฎีทางด้านเสียง เทคโนโลยีเสียง อะคูสติก (Acoustics) รวมถึงการใช้ซอฟต์แวร์เฉพาะทางควบคู่กับทักษะการฟังอย่างละเอียด นำมาผสมผสานกันในการทำงานค่ะ 

น้อง ๆ ที่ชื่นชอบและสนใจสายอาชีพนี้จึงมักมีคำถามว่า Sound Engineer ต้องเรียนคณะอะไร ซึ่งจริง ๆ แล้วมีหลายเส้นทางที่สามารถต่อยอดได้ พี่ ๆ The Advisor แนะนำให้น้อง ๆ เริ่มทำความเข้าใจบทบาทของอาชีพนี้ก่อน เพื่อจะได้เลือกสายการเรียนที่เหมาะสมและวางแผนอนาคตได้อย่างชัดเจนมากขึ้นค่ะ

อยากทำงานเป็น Sound Engineer ต้องเรียนคณะอะไร?

สำหรับน้อง ๆ ที่กำลังสงสัยว่า Sound Engineer ต้องเรียนคณะอะไร พี่ ๆ The Advisor อยากบอกว่าการเข้าสู่อาชีพ Sound Engineer นั้นไม่จำเป็นต้องจบตรงสายเสมอไปค่ะ แต่สิ่งสำคัญคือความสนใจด้านเสียงอย่างจริงจัง ความเข้าใจพื้นฐานเรื่องย่านความถี่ การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และทักษะภาษาอังกฤษในระดับใช้งานได้ อย่างไรก็ตาม หากน้อง ๆ ต้องการปูพื้นฐานให้แน่นและเพิ่มโอกาสในสายอาชีพ การเลือกเรียนในคณะที่เกี่ยวข้องโดยตรงก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจค่ะ โดยในประเทศไทยมีหลักสูตรระดับปริญญาตรีที่เกี่ยวข้องกับสายอาชีพ Sound Engineer ดังนี้ค่ะ

  • สาขาวิชาดุริยางคศาสตร์ วิทยาลัยดนตรี มหาวิทยาลัยรังสิต
    สาขานี้จะมุ่งเน้นการเรียนรู้ทักษะดนตรีทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติแบบมืออาชีพ เรียนจบแล้วสามารถต่อยอดไปเป็น Sound Engineer, นักดนตรี, นักแต่งเพลง และอีกหลาย ๆ อาชีพในธุรกิจดนตรีได้ค่ะ
  • สาขาวิศวกรรมดนตรีและสื่อประสม (วศ.บ.) วิทยาลัยวิศวกรรมสังคีต สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
    เป็นสาขาที่บูรณาการเอาองค์ความรู้ทางด้านวิศวกรรมและองค์ความรู้ทางด้านเทคโนโลยีดนตรีมารวมกัน ซึ่งถือว่าค่อนข้างตรงสายกับการเป็น Sound Engineer ค่ะ
  • สาขาเทคโนโลยีดนตรี วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล
    สาขานี้จะมีวิชาเทคโนโลยีดนตรีที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ด้านการบันทึกเสียงในสตูดิโอ เทคโนโลยีการบันทึกเสียงระบบดิจิตอล และปฏิบัติการในห้องบันทึกเสียง ซึ่งถือเป็นพื้นฐานสำคัญของการเป็น Sound Engineer ค่ะ
  • สาขาวิชาวิศวกรรมคอนเสิร์ตและมัลติมีเดีย คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สาขานี้เป็นหลักสูตรนานาชาติและใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก การสมัครเข้าเรียนต้องมีคะแนน IELTS เฉลี่ย 5.0 ขึ้นไป ถ้าน้อง ๆ คนไหนสนใจแต่ยังไม่เก่งภาษาอังกฤษ พี่ ๆ The Advisor แนะนำว่าควรเสริมทักษะด้วยการเรียน IELTS เพื่อเตรียมความพร้อมในการสมัครเข้าเรียนสาขานี้ค่ะ

นอกจากนี้ ในระดับสากลยังมีสถาบันดนตรีชื่อดังที่โดดเด่นในด้านหลักสูตรการเรียนดนตรีและ Sound Engineer ที่น่าสนใจอีกหลายแห่งค่ะ

  • SAE Institute สถาบันการศึกษาด้านดนตรีที่มีสาขากระจายอยู่ในหลายประเทศทั่วโลก มีหลักสูตรครอบคลุมตั้งแต่การบันทึกเสียง ไปจนถึงการมิกซ์และระบบเสียงค่ะ
  • Pointblank Music School ประเทศอังกฤษ มีหลักสูตรตั้งแต่ระดับปริญญาไปจนถึงหลักสูตรระยะสั้นและหลักสูตรเฉพาะทางในด้านการผลิตดนตรี วิศวกรรมเสียงและซอฟต์แวร์ค่ะ
  • dBs Institute of Music ประเทศอังกฤษ เปิดมากว่า 30 ปี มีหลักสูตรให้เลือกเรียนมากมาย โดยเด่นในเรื่องหลักสูตรการผลิตดนตรีในงานสตูดิโอและงานแสดงสดค่ะ
  • Abbey Road Institute ประเทศอังกฤษ เป็นทั้งสตูดิโอและสถาบันดนตรี โดดเด่นเรื่องการผลิตเพลงในสตูดิโอ
  • Full Sail University ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นหลักสูตรที่เด่นในการฝึกปฏิบัติจริงในห้องเรียนและในสตูดิโอบันทึกเสียงค่ะ
  • Berklee College of Music ประเทศสหรัฐอเมริกา มีหลักสูตร Sound Engineer ที่เน้นการเรียนรู้อย่างลึกซึ้งทั้งด้านทฤษฎีและปฏิบัติค่ะ
  • London College of Music ประเทศอังกฤษ เป็นสถาบันที่เด่นทั้งด้านดนตรีและศิลปะการแสดง เน้นการเรียนรู้ในเชิงสร้างสรรค์และนวัตกรรมค่ะ

ทักษะที่จำเป็นสำหรับ Sound Engineer

การเป็น Sound Engineer มืออาชีพ ไม่ได้อาศัยแค่ความชอบด้านเสียงเท่านั้น แต่ยังต้องมีทักษะที่หลากหลายทั้งด้านเทคนิค ความคิดสร้างสรรค์ และการทำงานร่วมกับผู้อื่น พี่ ๆ The Advisor จึงอยากชวนน้อง ๆ มาดูว่าทักษะสำคัญที่ควรพัฒนาเพื่อเตรียมตัวเข้าสู่อาชีพนี้มีอะไรบ้าง

  • ความเข้าใจพื้นฐานด้านเสียง : น้อง ๆ ต้องมีความรู้ความเข้าใจเรื่องความถี่ (Frequency) ระดับเสียง (Amplitude) และการทำงานของระบบเสียง เพื่อใช้ปรับแต่งเสียงได้อย่างเหมาะสมค่ะ
  • ทักษะการใช้อุปกรณ์และซอฟต์แวร์เสียง : สามารถใช้งานอุปกรณ์ เช่น ไมโครโฟน มิกเซอร์ และโปรแกรม DAW (Digital Audio Workstation) ได้อย่างคล่องแคล่ว
  • ทักษะการฟังอย่างละเอียด : แยกแยะรายละเอียดของเสียง เช่น โทน ความคมชัด ความผิดเพี้ยน หรือความสมดุลของเสียงในแต่ละแทร็กได้
  • ความคิดสร้างสรรค์ : ออกแบบและปรับแต่งเสียงให้เหมาะกับอารมณ์ของงาน เช่น เพลง ภาพยนตร์ หรือโฆษณา
  • ทักษะการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า : สามารถรับมือกับปัญหาเสียงหรืออุปกรณ์ขัดข้องได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในงานแสดงสด
  • การสื่อสารและการทำงานเป็นทีม : Sound Engineer ต้องทำงานร่วมกับศิลปิน โปรดิวเซอร์ หรือทีมโปรดักชันอื่น ๆ ได้อย่างราบรื่น
  • ความใฝ่รู้และอัปเดตเทคโนโลยีใหม่ ๆ : ติดตามเทรนด์และเครื่องมือใหม่ในวงการเสียงอยู่เสมอ เพื่อพัฒนาทักษะให้ทันสมัย
  • ทักษะภาษาอังกฤษ : ใช้ในการเรียนรู้จากแหล่งข้อมูลสากล รวมถึงการใช้งานซอฟต์แวร์และอุปกรณ์ที่ส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษค่ะ

ตำแหน่งงาน Sound Engineer มีอะไรบ้าง?

วิศวกรเสียง

โดยทั่วไปแล้วงาน Sound Engineer จะแบ่งออกเป็น 2 สายหลัก คือ งานในสตูดิโอ (Studio) และงานระบบเสียงสด (Live Sound) ซึ่ง Sound Engineer ในแต่ละสายจะมีบทบาทหน้าที่และใช้ทักษะที่แตกต่างกันออกไป น้อง ๆ ที่กำลังหาข้อมูลว่า Sound Engineer ต้องเรียนคณะอะไร การเข้าใจตำแหน่งงานย่อยเหล่านี้จะช่วยให้มองภาพเส้นทางอาชีพได้ชัดเจนมากขึ้นค่ะ

Studio Sound Engineer

Studio Sound Engineer คือวิศวกรเสียงที่รับผิดชอบงานเสียงภายในสตูดิโอ แบ่งย่อยออกตามหน้าที่ความรับผิดชอบได้หลายส่วนดังนี้ค่ะ

    1. Sound Designer : ตำแหน่งนี้จะทำหน้าที่ออกแบบและสร้างสรรค์เสียงสำหรับสื่อบันเทิงต่าง ๆ เช่น ภาพยนตร์, เกม, โฆษณา โดยเน้นการออกแบบเสียงประกอบ สร้างเอฟเฟกต์เสียงต่าง ๆ ให้เข้ากับบรรยากาศของเนื้อหา
    2. Recording Engineer : เป็นตำแหน่งที่ดูแลด้านการบันทึกเสียงในสตูดิโอ ตั้งแต่การวางตำแหน่งและตั้งค่าไมโครโฟน ตั้งค่าอุปกรณ์บันทึกเสียง และควบคุมเสียงระหว่างการบันทึก คนที่ทำหน้าที่นี้จะต้องมีความรู้ด้านอะคูสติกของเสียง ชนิดของไมโครโฟน และแก้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ดีค่ะ
    3. Mixing Engineer : ดูแลเรื่องการนำเสียงจากหลายแทร็กมาปรับสมดุล เช่น ระดับเสียง เอฟเฟกต์ และตำแหน่งเสียง เพื่อให้เพลงที่กลมกลืน ตำแหน่งนี้ต้องมีความเข้าใจในทฤษฎีการผสมเสียงและมีเซนส์ทางดนตรีที่แม่นยำ เพื่อให้ได้ผลงานที่สอดคล้องต่อความต้องการของทั้งโปรดิวเซอร์และศิลปินค่ะ
    4. Mastering Engineer : รับผิดชอบในการปรับแต่งเสียงขั้นสุดท้ายเพื่อให้เพลงหรืองานเสียงมีความสมบูรณ์มากที่สุดและพร้อมสำหรับการเผยแพร่ไปสู่ผู้ฟัง ตำแหน่งนี้ต้องมีความละเอียดรอบคอบ มีประสบการณ์ในการฟังเพลง สามารถแก้ไของค์ประกอบเสียงและทำให้ภาพรวมของเพลงมีความไพเราะได้ค่ะ

Live Sound Engineer

Live Sound Engineer คือฝ่ายที่รับผิดชอบงานเสียงสำหรับงานแสดงสด งานกลางแจ้ง งานอีเวนต์ หรือคอนเสิร์ต โดยมีตำแหน่งแยกย่อยลงไปดังนี้ค่ะ

    1. FOH Engineer (Front of House Engineer) : รับผิดชอบในการควบคุมเสียงทั้งหมดที่ผู้ชมได้ยินจากหน้าเวที ปรับแต่งเสียงในภาพรวมให้เหมาะสมกับบรรยากาศและสถานที่ ปรับแต่งเสียงนักร้องและเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นให้มีความสมดุล และต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นระหว่างการแสดงสดได้ค่ะ
    2. System Engineer : ทำหน้าที่ออกแบบและวางระบบเสียงสำหรับงานแสดงสด ตั้งแต่ตำแหน่งลำโพง การตั้งค่าอุปกรณ์เสียง การทดสอบเสียง และประเมินคุณภาพของเสียงภายในสถานที่แสดงสดให้ได้คุณภาพตามที่ต้องการค่ะ 
    3. Monitor Engineer : ทำหน้าที่ควบคุมเสียงของลำโพงหรือหูฟังมอนิเตอร์ที่ศิลปินได้ยินบนเวที คอยปรับแต่งเสียงและระดับความดังมอนิเตอร์ให้นักดนตรีทุกคนได้ยินอย่างเหมาะสม มักต้องทำงานร่วมกับขั้นตอนซาวด์เช็คก่อนเริ่มแสดง และโดยส่วนใหญ่แล้ว FOH Engineer แทบทุกคนจะต้องผ่านการเป็น Monitor Engineer มาก่อนค่ะ
    4. Sound System Designer : ทำหน้าที่วางแผนและออกแบบระบบเสียงให้เหมาะสมกับสถานที่ทั้งในงานถาวรและงานชั่วคราว ตำแหน่งนี้จำเป็นต้องทำงานร่วมกับวิศวกรโยธาและสถาปนิกเพื่อประเมินสถานที่ ขนาด และข้อจำกัดในการติดตั้งระบบเสียง รวมถึงต้องมีความรู้เรื่องอุปกรณ์ การคำนวณความดัง และความครอบคลุมพื้นที่ของเสียง รวมถึงสร้างแบบจำลองการติดตั้งค่ะ

เรียนจบเป็น Sound Engineer ทำงานที่ไหนได้บ้าง?

เมื่อน้อง ๆ รู้แล้วว่าการเป็น Sound Engineer ต้องเรียนคณะอะไร ขั้นตอนถัดไปคือการมองเห็นโอกาสในการทำงานในสายอาชีพนี้ ซึ่งจริง ๆ แล้วสายงานด้านเสียงเปิดกว้างมากกว่าที่หลายคนคิด พี่ ๆ The Advisor จะพาน้อง ๆ ไปดูตัวอย่างสถานที่และสายงานที่สามารถนำความรู้ไปต่อยอดได้ค่ะ

  • สตูดิโอบันทึกเสียง ทำงานด้านอัดเสียง มิกซ์เสียง และมาสเตอร์ริงสำหรับเพลง พอดแคสต์ หรือสื่อเสียงต่าง ๆ
  • บริษัทโปรดักชันภาพยนตร์และโฆษณา รับผิดชอบงานออกแบบเสียง และตัดต่อเสียงประกอบภาพยนตร์ ซีรีส์ หรือโฆษณา
  • สถานีโทรทัศน์และวิทยุ ดูแลระบบเสียงในรายการสดและรายการบันทึกเทป รวมถึงการควบคุมคุณภาพเสียงออกอากาศ
  • งานคอนเสิร์ตและอีเวนต์ ทำงานด้านควบคุมเสียงในงานแสดงสด เช่น FOH, Monitor หรือดูแลระบบเสียงเบื้องหลังเวที
  • บริษัทให้บริการระบบเสียง ทำหน้าที่ออกแบบ ติดตั้ง และดูแลระบบเสียงในสถานที่ต่าง ๆ เช่น ฮอลล์ โรงแรม หรือศูนย์ประชุม
  • อุตสาหกรรมเกมและสื่อดิจิทัล ทำ Sound Design และเอฟเฟกต์เสียงสำหรับเกม แอปพลิเคชัน หรือสื่อออนไลน์
  • ฟรีแลนซ์ รับงานอิสระได้หลากหลาย เช่น อัดเสียง ทำเพลง มิกซ์เสียง หรือดูแลงานอีเวนต์ตามโปรเจกต์
  • สถาบันการศึกษาและการสอน สำหรับผู้ที่มีประสบการณ์ สามารถต่อยอดเป็นผู้สอนหรือวิทยากรด้านเสียงได้ค่ะ

ปูทางสู่สายงานด้านเสียงในฝัน ด้วยการเตรียมตัวเป็น Sound Engineer ตั้งแต่วันนี้

การเป็น Sound Engineer ควรเริ่มเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่น ๆ โดยเฉพาะการวางแผนด้านการเรียนและการสอบเข้ามหาวิทยาลัย เพราะเมื่อเข้าใจแล้วว่า Sound Engineer ต้องเรียนคณะอะไร น้อง ๆ ก็จะสามารถโฟกัสวิชาที่จำเป็น เช่น ฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ หรือแม้แต่ภาษาอังกฤษ ซึ่งล้วนเป็นพื้นฐานสำคัญของสายนี้ การลงเรียนพิเศษเพื่อติวสอบเข้ามหาลัยจึงเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ทำให้เข้าใจเนื้อหาได้ลึกขึ้น และเพิ่มโอกาสสอบติดในคณะที่ตั้งใจไว้

The Advisor Academy พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยให้น้อง ๆ เดินตามเป้าหมายที่ตั้งใจ ด้วยคอร์สเรียนพิเศษสำหรับติวสอบเข้าคณะสายวิศวกรรมและดนตรีหลักสูตรอินเตอร์ ดูแลอย่างใกล้ชิดด้วยเทคนิคการสอนที่เข้าใจง่าย ตรงจุด และนำไปใช้ได้จริง เพื่อให้น้อง ๆ มีพื้นฐานที่แน่นและพร้อมสำหรับการเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยได้อย่างมั่นใจค่ะ

หากน้อง ๆ หรือผู้ปกครองกำลังมองหาที่ปรึกษาด้านการเรียนที่มีประสิทธิภาพ สามารถเข้ามาสอบถามรายละเอียดหรือวางแผนการเรียนร่วมกับเราได้เสมอเลยนะคะ พี่ ๆ The Advisor ยินดีดูแลทุกคนค่ะ

ช่องทางการติดต่อ 

คำถามที่พบบ่อย FAQ

Sound Engineer ได้เงินเดือนเท่าไหร่?

รายได้ของ Sound Engineer ในไทยเฉลี่ยเริ่มต้นประมาณ 15,000 – 30,000 บาทต่อเดือน และสามารถเพิ่มขึ้นตามประสบการณ์ ทักษะ และประเภทงานค่ะ

ถ้าไม่ได้เรียนตรงสาย สามารถเป็น Sound Engineer ได้ไหม?

สามารถเป็นได้ค่ะ เพราะสายงาน Sound Engineer ให้ความสำคัญกับทักษะและประสบการณ์จริงเป็นหลัก หากน้อง ๆ ขยันเรียนรู้ ฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง และมีผลงาน ก็สามารถเข้าสู่อาชีพนี้ได้ แม้ไม่ได้เรียนจบตรงสายค่ะ