สอบ GED ยากไหม? แชร์วิธีเตรียมตัวสอบให้ผ่านทุกวิชาในครั้งเดียว

การสอบ GED (General Educational Development) หรือการสอบเทียบวุฒิมัธยมปลายตามหลักสูตรอเมริกา เป็นทางลัดสำหรับน้อง ๆ ที่อยากเข้ามหาวิทยาลัยก่อนกำหนด หรือต้องการนำเวลาไปเตรียมตัวสอบเข้าคณะในฝัน บทความนี้พี่ ๆ The Advisor จะมาไขข้อสงสัยเกี่ยวกับการสอบ GED ที่น้อง ๆ หลายคนมักกังวล ว่าจริง ๆ แล้วสอบ GED ยากไหม ถ้าอยากสอบให้ผ่านควรเตรียมความพร้อมและเตรียมตัวอย่างไรบ้าง
Key Takeaway
- การสอบ GED ไม่ได้ยากเกินไปอย่างที่น้องหลาย ๆ คนกังวล หากมีการเตรียมพร้อมมาดี ก็สามารถคว้าคะแนนที่ตัวเองตั้งใจได้ไม่ยาก
- การสอบ GED ควรสอบให้ได้คะแนนอย่างน้อย 145 คะแนนจึงจะถือว่าสอบผ่าน
- การสอบ GED ควรมีพื้นฐานความรู้อย่างน้อยในระดับมัธยมปลาย เพราะข้อสอบเป็นภาษาอังกฤษที่ต้องอาศัยทักษะวิเคราะห์ ใช้เหตุผล และทำความเข้าใจพอสมควร
ข้อสอบ GED ยากไหม?
การสอบ GED ไม่ยากอย่างที่คิดถ้าน้อง ๆ เตรียมตัวกันมาดีค่ะ แต่อาจจะต้องใช้เวลาในการฝึกทำข้อสอบให้ครอบคลุมทุก 4 วิชาพื้นฐาน ได้แก่ ภาษาอังกฤษ, วิทยาศาสตร์, สังคมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ที่ไม่ได้เน้นเรื่องการท่องจำ แต่เน้นพาร์ตวิเคราะห์การอ่านจับใจความ และการนำข้อมูลมาใช้แก้โจทย์ ซึ่งน้อง ๆ จำเป็นต้องผ่านการสอบ GED Ready ก่อนเบื้องต้น โดยควรได้คะแนนมากกว่า 155 ของทั้งหมดในการสอบ
สำหรับน้อง ๆ ที่กังวลว่าไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษหรือเรียนไม่ทันคนอื่น จริง ๆ แล้ว GED เป็นการสอบที่สามารถฝึกฝนได้ หากค่อย ๆ ทบทวนพื้นฐานและทำข้อสอบเก่าอย่างสม่ำเสมอ ก็มีโอกาสสอบผ่านได้ไม่ยาก ที่สำคัญคือการวางแผนอ่านหนังสือให้เหมาะกับตัวเอง และฝึกทำข้อสอบภายใต้เวลาจริง เพื่อให้คุ้นชินกับรูปแบบข้อสอบมากขึ้นค่ะ
พี่ ๆ The Advisor ชวนน้อง ๆ อ่านบทความดี ๆ เพิ่มเติม: สอบเทียบ GED เข้าคณะอะไรได้บ้าง ทั้งภาคไทยและภาคอินเตอร์?
วิธีสอบ GED ให้ผ่าน ควรเตรียมความพร้อมอย่างไร?
การสอบให้ผ่านในรอบเดียวโดยไม่ต้องเสียค่าสอบซ่อม จำเป็นต้องมีการวางแผนที่ดีและเป็นระบบตั้งแต่แรก พี่ ๆ The Advisor เลยมีทริคในการเตรียมตัวสอบ GED ดี ๆ ที่อยากมาแนะนำน้อง ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมเพิ่มโอกาสการสอบผ่านตามที่ตั้งใจ ดังนี้
เริ่มฝึกทำจากข้อสอบเก่า
การทำข้อสอบเก่าเป็นวิธีที่ดีในการทำความคุ้นเคยกับรูปแบบข้อสอบ GED และช่วยลดความตื่นเต้นในห้องสอบ โดยการฝึกทำบ่อย ๆ จะทำให้น้องเข้าใจแนวคิด เข้าใจโจทย์ของข้อสอบ และจุดอ่อนของตัวเอง รวมถึงช่วยบริหารเวลาได้ดีขึ้น เพราะในวันสอบจริงจะมีเวลาจำกัด การฝึกทำข้อสอบพร้อมจับเวลาจะช่วยให้น้อง ๆ สามารถประเมินได้ว่าใช้เวลาสำหรับแต่ละวิชาเท่าไหร่และปรับกลยุทธ์ได้ตรงจุด
พัฒนาและฝึกฝนทักษะด้านภาษาอังกฤษของตัวเองให้มากขึ้น
ทักษะภาษาอังกฤษสำหรับการเตรียมความพร้อมในการสอบ GED นั้นสำคัญมาก เนื่องจากข้อสอบทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษ การพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความ (Skimming & Scanning) และการเพิ่มคลังคำศัพท์ในกลุ่ม Academic Vocabulary จะช่วยให้น้อง ๆ สามารถเข้าใจโจทย์ได้เร็วและแม่นยำ
หาคอร์สติวสอบ GED
การศึกษาด้วยตัวเองเป็นวิธีที่ดี แต่หากน้อง ๆ มีเวลาจำกัดหรืออยากได้เทคนิคที่ช่วยให้เข้าใจข้อสอบได้เร็วขึ้น การเลือกติวเตอร์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางหรือคอร์สติวสอบ GED ดี ๆ จะช่วยได้มาก ซึ่งที่ The Advisor Academy ไม่เพียงแค่สอนเนื้อหา แต่ยังเน้นเทคนิคการเลือกคำตอบและการเขียน Essay ที่ตรงใจกรรมการ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหาจากหนังสือทั่วไปได้
พี่ ๆ The Advisor ชวนน้อง ๆ อ่านบทความดี ๆ เพิ่มเติม: เรียน GED ที่ไหนดีที่สอนเข้าใจง่าย ทำข้อสอบได้คะแนนสูง
ความยากของข้อสอบ GED แต่ละวิชา มีความยากง่ายขนาดไหน?
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น มาดูกันค่ะว่าแต่ละวิชามีระดับความท้าทายอย่างไรบ้าง
Math - คณิตศาสตร์
สำหรับการสอบ GED Math จะเน้นการทดสอบทักษะในหลายด้าน ซึ่งเนื้อหาพื้นฐานเหล่านี้มักจะคุ้นเคยกับน้อง ๆ จากการเรียนในโรงเรียนไทย แต่ความท้าทายอยู่ที่การแก้ปัญหาด้วยโจทย์ปัญหาภาษาอังกฤษ ที่ต้องใช้ทักษะการอ่านและตีความโจทย์อย่างแม่นยำ ข้อสอบแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ใช้การคำนวณพื้นฐานโดยไม่อนุญาตให้ใช้เครื่องคิดเลข และส่วนที่ใช้เครื่องคิดเลขเพื่อแก้ปัญหาที่ซับซ้อนขึ้น
ซึ่งเนื้อหาของข้อสอบคณิตศาสตร์จะประกอบด้วย
- พีชคณิต (Algebra): ประมาณ 55% ของข้อสอบ และรวมถึงการแก้สมการและฟังก์ชันต่าง ๆ
- เรขาคณิต (Geometry): เน้นการคำนวณพื้นที่และปริมาตรของรูปทรงต่าง ๆ เช่น สี่เหลี่ยม, สามเหลี่ยม, วงกลม
- การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analysis): ครอบคลุมการตีความข้อมูลจากกราฟ, สถิติ การคำนวณ, เชิงปริมาณ และอัตราส่วน
- การฝึกใช้เครื่องคิดเลข: สำคัญสำหรับการแก้ปัญหาที่ซับซ้อนและช่วยในการเตรียมตัวสอบ
Science - วิทยาศาสตร์
วิชาวิทยาศาสตร์ในข้อสอบ GED เน้นการเข้าใจและตีความข้อมูลมากกว่าการท่องจำสูตรเคมีหรือชีววิทยาที่ซับซ้อน การอ่านผลลัพธ์จากการทดลอง การตีความกราฟ และการใช้เหตุผลทางวิทยาศาสตร์พื้นฐานเป็นส่วนสำคัญของการสอบ โดยข้อสอบทั้งหมดมีประมาณ 40 ข้อในเวลา 90 นาที ซึ่งครอบคลุมทั้งฟิสิกส์, เคมี, ชีววิทยา โลก และอวกาศ
Social Studies - สังคม
วิชาสังคมศึกษาของ GED เป็นหนึ่งในวิชาที่ท้าทายไม่แพ้กับวิชาอื่น ๆ โดยข้อสอบวิชาสังคมจะมีทั้งหมด 35 ข้อ มีเวลาในการสอบ 70 นาที ซึ่งข้อสอบจะมีรูปแบบต่าง ๆ เช่น Multiple Choice, Fill in the Blank และ Short Answer พร้อมเนื้อหาครอบคลุมทั้งประวัติศาสตร์, เศรษฐศาสตร์พื้นฐาน, ภูมิศาสตร์ และรัฐศาสตร์
Reasoning Through Language Arts (RLA) - ภาษาอังกฤษ
วิชาภาษาอังกฤษ (RLA) ของ GED เป็นการทดสอบทักษะทั้งการอ่าน, ไวยากรณ์, และการเขียนเรียงความ ซึ่งต้องการความสามารถในการอ่านบทความที่ยาวและซับซ้อน รวมถึงการเขียน Essay ที่สามารถวิเคราะห์และสรุปข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อสอบแบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก
- การอ่านและตอบคำถาม
- การเขียนเรียงความวิเคราะห์
- การทดสอบไวยากรณ์พื้นฐาน
ข้อสอบรวมทั้งหมด 46 ข้อ ใช้เวลา 150 นาที โดยครอบคลุมการวิเคราะห์โจทย์, การเขียน Argumentative Essay และการใช้ไวยากรณ์ที่ถูกต้อง การเตรียมตัวให้พร้อมในด้านการอ่านจับใจความและการเขียนที่ชัดเจนจะช่วยให้การสอบวิชานี้ผ่านไปได้อย่างราบรื่น
สอบ GED ยากแค่ไหนก็รับมือได้ หากเตรียมตัวให้พร้อมด้วยคอร์ส GED ที่ The Advisor Academy !
การสอบ GED อาจดูยาก แต่ก็ไม่ได้ยากเกินไปถ้ามีการเตรียมตัวที่ดี ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่ความเก่งในวิชาการเพียงอย่างเดียว แต่คือความพร้อมและการเข้าใจตัวข้อสอบ
สำหรับน้อง ๆ หรือผู้ปกครองที่ต้องการเตรียมตัวสอบ GED อย่างมั่นใจ The Advisor Academy มีโปรแกรมติวที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อเสริมความรู้พื้นฐานจนถึงเทคนิคการทำข้อสอบที่เจาะลึกและตรงประเด็น พี่ ๆ จะช่วยวิเคราะห์จุดอ่อนและเสริมจุดแข็งให้กับน้อง ๆ แบบรายบุคคล เพื่อให้สามารถทำข้อสอบได้อย่างมั่นใจ
ด้วยประสบการณ์ของทีมผู้สอนที่เข้าใจลึกซึ้งเกี่ยวกับข้อสอบ GED และแนวข้อสอบที่อัปเดตล่าสุด น้อง ๆ จะได้ฝึกทำข้อสอบแบบครบทุกวิชาของ GED ทำให้เตรียมตัวได้เร็วขึ้นและพร้อมสอบในทุกขั้นตอน เพิ่มโอกาสให้ทำคะแนนได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ค่ะ
ช่องทางการติดต่อ :
- Tel: 083-628-9191
- Facebook: theadvisoracademy
- Instagram: theadvisoracademy
- Website: https://theadvisoracademy.com
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการสอบ GED
สอบ GED ต้องมีพื้นฐานความรู้ระดับไหน?
การมีพื้นฐานความรู้ในระดับมัธยมปลายเป็นสิ่งสำคัญ เพราะข้อสอบ GED และเนื้อหาที่เกี่ยวข้องต้องการทักษะภาษาอังกฤษที่สามารถอ่านบทความทั่วไปและเข้าใจได้ หากพื้นฐานยังไม่แข็งแรง พี่ ๆ The Advisor แนะนำให้น้องๆ ลงคอร์สปรับพื้นฐานก่อน เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในการสอบค่ะ
ต้องได้คะแนนเท่าไหร่ถึงจะผ่าน GED?
คะแนนเต็มของแต่ละวิชาคือ 200 คะแนน น้อง ๆ ต้องทำคะแนนให้ได้ 145 คะแนนขึ้นไปในทุกวิชา ถึงจะถือว่าผ่านการสอบ แต่หากมีเป้าหมายอยากเข้าคณะอินเตอร์ที่มีชื่อเสียง พี่ ๆ The Advisor แนะนำให้ตั้งเป้าหมายทำคะแนนให้ถึงระดับ College Ready 165 คะแนนขึ้นไป เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าศึกษาต่อที่คณะหรือสถาบันศึกษาที่ต้องการ
การสอบ GED มีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่?
ปัจจุบันค่าสอบ GED มีค่าใช้จ่ายดังนี้
- การสอบ GED Ready จะอยู่ที่ 7.99USD หรือเป็นเงินไทยประมาณ 280 – 300 บาท
- การสอบ GED จะอยู่ที่ 90USD หรือเป็นเงินไทยประมาณ 3,200 – 3,300 บาท
ทั้งนี้ค่าสอบ GED อาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยนในขณะนั้น