ทำความรู้จักการสอบเทียบ GED

น้องๆ หลายคนที่กำลังมองหาการเข้าเรียนต่อในรั้วมหาวิทยาลัยคงเคยได้ยินการสอบเทียบวุฒิด้วยผลสอบ GED กันมาบ้างแล้ว ซึ่งผลการสอบ GED เป็นที่ยอมรับในหลักสูตรนานาชาติในหลายมหาวิทยาลัย อีกทั้งสามารถใช้ยื่นเข้าสมัครเรียนต่อในต่างประเทศได้อีกด้วย
เพื่อให้น้องๆ เข้าใจการสอบ GED ได้ดียิ่งขึ้น มาทำความรู้จักอย่างละเอียดกันเลยดีกว่า ว่า GED คืออะไร ต้องสอบอย่างไร และใช้ทำอะไรได้บ้าง จะได้ไม่พลาดโอกาสเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำ พร้อมแล้วมาดูกันเลย !

หัวข้อน่าสนใจเกี่ยวกับการสอบเทียบ GED
    Add a header to begin generating the table of contents

    GED คือ อะไร ?

    GED หรือ General Educational Development คือ การสอบเทียบวุฒิการศึกษาระดับ High School ของระบบการศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกา หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นการสอบเทียบเท่าระดับมัธยมศึกษาตอนปลายเหมือนในไทยบ้านเรา โดยกระทรวงศึกษาธิการได้รับรองวุฒิการศึกษา GED ให้เทียบเท่าได้กับวุฒิการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 ของประเทศไทยอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2560 เป็นต้นมา
    การสอบเทียบวุฒิ ม.ปลาย GED ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นที่ยอมรับของมหาวิทยาลัยชั้นนำต่างๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะหลักสูตรนานาชาติ (International Program) รวมทั้งการศึกษาต่อต่างประเทศที่ Pearson VUE เป็นผู้ควบคุมดูแลและให้การรับรองอีกด้วย

    การสอบ GED ดีอย่างไร ?

    GED เป็นวุฒิการศึกษาที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก ซึ่งมาจาก American Council on Education (ACE) กรุงวอชิงตัน ดีซี ที่จัดการสอบนี้ขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกให้นักเรียนที่ไม่ได้เรียนตามระบบปกติ เช่น นักกีฬา การศึกษานอกระบบ หรือผู้ที่เรียนจากที่บ้าน (Home School) เป็นต้น ให้สามารถเข้าสอบเทียบวุฒิม.ปลาย ก่อนยื่นเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีต่อไป
    นอกจากนี้ ระบบการสอบสามารถลงทะเบียนสอบได้ทุกสัปดาห์ เหมาะสำหรับบุคคลทั่วไปที่ไม่ได้เข้าเรียนตามภาคปกติ และเป็นโอกาสดีสำหรับน้องๆ ที่มีทักษะด้านภาษาอังกฤษให้สามารถไปยื่นเรียนต่อที่ต่างประเทศได้อีกด้วย

    GED สอบวิชาอะไรบ้าง และเท่าไหร่ถึงจะผ่าน ?

    การสอบ GED จะแบ่งออกเป็น 4 รายวิชา ซึ่งเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด โดยจะเน้นความรู้พื้นฐาน การเชื่อมโยง ตรรกะและการคิดวิเคราะห์ ได้แก่

    1. GED Reasoning Through Language Arts (RLA)

    การทดสอบแบ่งออกเป็น 4 ส่วน:

    ข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษที่รวมเนื้อหาทั้งวิชา Reading และ Writing เข้าด้วยกัน โดยใช้เวลาสอบ 150 นาที ข้อสอบมีทั้งแบบ Multiple Choices, Drag and Drop, Select and Area และ Drop Down เพื่อวัดทักษะด้านการอ่าน แกรมมาร์พื้นฐาน และการเขียนเรียงความแบบ Argumentative

    โดยข้อสอบ RLA จะแบ่งออกเป็น 2 พาร์ท:

    พาร์ทที่ 1 – เป็น Reading และ Basic Grammar ได้แก่ เรื่องแต่ง บทความทั่วไป และบทความวัดความรู้ด้านแกรมมาร์พื้นฐาน
    พาร์ทที่ 2 – เป็นการเขียนเรียงความภาษาอังกฤษ Argumentative

    2. GED Social Studies

    การทดสอบแบ่งออกเป็น 4 หัวข้อ:

    ข้อสอบวิชาสังคมศึกษาและประวัติศาสตร์ ใช้เวลาสอบ 70 นาที โดยเน้นที่การวิเคราะห์ข้อมูลด้านประวัติศาสตร์และการเมืองการปกครอง ได้แก่

    • ประวัติศาสตร์อเมริกา (U.S. History)
    • การเมืองการปกครอง (Civic and government)
    • เศรษฐศาสตร์ (Economics)
    • ภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์โลก (Geography and the world)

    รวมทั้งการอ่านตัวเลข กราฟ ตาราง และแผนที่ที่เกี่ยวข้องในด้านสังคมและประวัติศาสตร์อีกด้วย

    รูปแบบในการสอบ Social Studies:

    Multiple Choice – ข้อสอบปรนัยซึ่งมีให้เลือกทั้งหมด 4 คำตอบ ต่อข้อ
    Drag-and-drop – ให้ลากคำตอบที่ถูกต้องลงในช่องที่เตรียมมไว้ให้
    Fill in the blank – เติมคำในช่องว่างโดยจะมีคำตอบให้เลือกโดยจะแบ่งเป็น ช่องว่าง กราฟ เป็นต้น
    Short Answer – ให้อ่านเนื้อเรื่องหรือการวิจัย แล้วคำถามจะให้เราสรุปเนื้อเรื่องหรืออธิบายขั้นตอนของการวิจัย

    3. GED Mathematical Reasoning

    การทดสอบแบ่งออกเป็น 4 หัวข้อ:

    ข้อสอบวิชาคณิตศาสตร์ ใช้เวลาสอบ 115 นาที เนื้อหาข้อสอบจะประกอบไปด้วย

      • คณิตศาสตร์พื้นฐาน (Basic Math )
      • เรขาคณิต (Geometry)
      • พีชคณิตพื้นฐาน (Basic Algebra)
      • กราฟและฟังก์ชั่น (Graphs and function)

    โดยข้อสอบจะเน้นไปที่การเลือกใช้สูตรและการคิดเลขให้สอดคล้องกับโจทย์ รวมทั้งการแก้ปัญหาทางพีชคณิต

    โดยข้อสอบ Math จะแบ่งออกเป็น 2 พาร์ท:

    ส่วนที่ 1 – (5 – 7 คำถามแรก) ไม่สามารถใช้เครื่องคิดเลขได้
    ส่วนที่ 2 – (คำถามที่เหลือ) อนุญาตให้ใช้เครื่องคิดเลขที่อยู่ในข้อสอบได้

    ในส่วนที่ 1 จะเป็นคำถามที่ใช้ความสามารถเลขพื้นฐาน (บวก ลบ คูณ หาร)

    คำถามจะออกเป็นการแก้ปัญหาโดยแบ่งดังนี้

    การแก้ปัญหาเชิงปริมาณ – Quantitative problem solving (45%)
    การแก้ปัญหาเกี่ยวกับพีชคณิต – Algebraic problem solving (55%)

    4. GED Science

    การทดสอบแบ่งออกเป็น 3 หัวข้อ:

    วิชาวิทยาศาสตร์ ใช้เวลาสอบ 90 นาที เนื้อหาหลักที่น้องๆ ต้องใช้สอบมีอยู่ 3 หัวข้อหลักๆ ได้แก่

      • การอ่านบทอ่านภาษาอังกฤษที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ (Reading for meaning in Science)
      • การออกแบบและทดลองทางวิทยาศาสตร์ (Designing and interpreting science experiments)
      • การอ่านตัวเลขและกราฟที่เกี่ยวข้องกับวิชาวิทยาศาสตร์ (Using numbers and graphics in science)

    ซึ่งเนื้อหาจะเกี่ยวข้องกับ Life science, Physical science และ Earth and Space science 

    โดยข้อสอบ Science จะแบ่งออกเป็น 2 พาร์ท:

    Multiple Choice – ข้อสอบปรนัยซึ่งมีให้เลือกทั้งหมด 4 คำตอบ ต่อข้อ
    Drag-and-drop – ให้ลากคำตอบที่ถูกต้องลงในช่องที่เตรียมมไว้ให้
    Fill in the blank – เติมคำในช่องว่างโดยจะมีคำตอบให้เลือกโดยจะแบ่งเป็น ช่องว่าง กราฟ เป็นต้น
    Short Answer – ให้อ่านเนื้อเรื่องหรือการวิจัย แล้วคำถามจะให้เราสรุปเนื้อเรื่องหรืออธิบายขั้นตอนของการวิจัย

    ใน 4 วิชาที่ใช้สอบนี้ คะแนนที่น้องๆ จะต้องได้ คือ ไม่ต่ำกว่า 145 คะแนน จากคะแนนเต็ม 200 คะแนนในแต่ละวิชาจึงจะถือว่าสอบ GED ผ่าน โดยเกณฑ์คะแนนของ GED มีทั้งหมด 3 ระดับ ได้แก่

    • Passing Score : 145/200 คะแนน
    • College Ready : 165/200 คะแนน
    • College Ready + Credit : 175/200 คะแนน

    ซึ่งเกณฑ์ที่น้องๆ จะใช้ในการยื่นเข้ามหาวิทยาลัย คือ ตั้งแต่ 145-165 คะแนนขึ้นไป ขึ้นอยู่กับทางคณะและมหาวิทยาลัยกำหนด แต่ถ้าหากสอบแล้วได้คะแนนไม่ถึง 145 คะแนน น้องๆ สามารถสมัครลงทะเบียนสอบใหม่ได้ทันที ยกเว้นการสอบใหม่ในครั้งที่ 4 ขึ้นไปที่จะต้องเว้นระยะจากการสอบครั้งล่าสุดมาแล้วไม่น้อยกว่า 60 วัน

    GED Ready คืออะไร?

    GED Ready คือ แบบทดสอบเสมือนจริงของข้อสอบ GED ระบบสมัครสอบจะบังคับให้น้องๆ ทำข้อสอบ GED Ready ให้ผ่านก่อน ( 155 คะแนน/ วิชา) จึงจะสามารถสมัครสอบจริงได้ โดยจะสอบ 4 วิชา ตามข้อสอบจริงแต่จะมีจำนวนข้อสอบและใช้เวลาสอบเพียงครึ่งเดียว ซึ่งการทำข้อสอบ GED Ready จะช่วยให้น้องๆ สามารถคาดการณ์ผลสอบจริงได้อย่างแม่นยำ

    นอกจากนี้ ผลสอบ GED Ready ยังสามารถวิเคราะห์จุดอ่อน บอกทักษะที่ควรเพิ่ม และให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์เพิ่มเติมได้อีกด้วย อีกทั้งยังมีการแนะนำหนังสือและระบุเนื้อหาในหน้าหนังสือเพื่อให้น้องๆ ได้กลับไปพัฒนาและสามารถอัพคะแนนให้มากขึ้นกว่าเดิม ถือเป็นอีกแนวทางการเตรียมความพร้อมก่อนสอบ GED ครั้งต่อไปได้ดีเลยทีเดียว

    ค่าใช้จ่ายในการสอบ GED

    ค่าธรรมเนียมในการสอบ GED แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ

    • ค่าสอบ GED Ready 6.99 USD / วิชา (ประมาณ 240 บาท ต่อวิชา)
    • ค่าสอบ GED 80 USD / วิชา (ประมาณ 2,700 บาท ต่อวิชา)
    • ค่าใบ GED Diploma และ Transcript 15 USD / ใบ (ประมาณ 500 บาท ต่อใบ) โดยแบบการจัดส่งจะจัดส่งแบบเร่งด่วน (FEDEX) ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

    โดยสามารถชำระค่าสอบและค่าเอกสารด้วยหมายเลขบัตรเครดิต/เดบิต ผ่าน www.ged.com

    ***ค่าเงินไทยมีการเปลี่ยนแปลงตามอัตราแลกเปลี่ยนในแต่ละวัน

    ***สำหรับนักเรียนที่เรียนกับทางสถาบัน The Advisor Academy ทางสถาบันจะทำการสั่งใบจบตัวจริงให้ค่ะ**

    คุณสมบัติและวิธีการสมัครสอบ GED

    น้องๆ ที่จะเข้าสอบ GED จะต้องมีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป โดยไม่ได้กำหนดว่าผู้สอบจะอยู่ในระบบการศึกษามาก่อนหรือไม่

    • สำหรับน้องๆ ที่อายุ 16 – 17 ปี จะต้องดาวน์โหลดแบบฟอร์มแสดงความยินยอมของผู้ปกครอง (Consent Form) และเซ็นยินยอมให้เรียบร้อยเพื่อเป็นหลักฐานก่อนส่งไปยัง GED Testing Service ([email protected]) เพื่อขอเข้าสอบ
    • สำหรับผู้ที่อายุ 18 ปีขึ้นไปก็สามารถสมัครสอบได้ทันที โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง

    เมื่อคุณสมบัติพร้อมแล้ว น้องๆ สามารถ เข้าสมัครสอบได้ที่ www.ged.com โดยเข้าไปที่เมนู Sign up กรอกอีเมลและรหัสผ่าน จากนั้นกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ซึ่งจะต้องตรงตามพาสปอร์ต หากข้อมูลไม่ตรงกันจะไม่สามารถเข้าสอบได้ เมื่อทำการสมัครเรียบร้อยแล้วก็มาถึงขั้นตอนเลือกวัน – เวลาเข้าสอบ น้องๆ สามารถเลือกสอบได้ที่ศูนย์ทดสอบของ GED หรือผ่านการคุมสอบออนไลน์ก็ได้ โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

    • เข้าสู่ระบบบัญชี GED ของตนเอง
    • เลือกศูนย์สอบ / ออนไลน์
    • เลือกวิชาที่ต้องการสอบ
    • เลือกวันและเวลาสอบ
    • ชำระเงินโดยใช้บัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต

    ***น้องๆจะต้องพกพาสปอร์ตเพื่อยืนยันตัวตนตอนสอบ ไม่อย่างงั้นแล้วจะไม่ได้เข้าสอบ

    ***สำหรับนักเรียนที่เรียนกับทางสถาบัน The Advisor Academy เพียงนำพาสปอร์ตมาที่สถาบันทางสถาบันจะทำการสมัครสอบให้ค่ะ**

    เมื่อสอบผ่านครบทุกวิชา ต้องทำอะไรต่อ ?

    เมื่อสอบผ่านครบทุกวิชาแล้วน้องๆ จะได้รับการแจ้งเตือนในระบบว่ามีการสอบผ่านครบทั้ง 4 วิชา หลังจากนั้นน้องๆ จะต้องทำการสั่งใบจบฉบับจริงจากอเมริกา ได้แก่ วุฒิ GED (General Education Diploma) และผลการสอบ GED (Transcript) หากน้องๆ ผ่าน 145 คะแนนขึ้นไป จะได้รับวุฒิเทียบเท่ามัธยมศึกษาตอนปลาย สามารถเก็บไว้ได้ตลอดชีวิต และหากได้คะแนน 145-165 คะแนนขึ้นไป หรืออยู่ในเกณฑ์คะแนนระดับกลางก็สามารถนำไปใช้ในการยื่นเข้ามหาวิทยาลัยทั้งในไทยและต่างประเทศต่อไปได้

    การเทียบวุฒิ GED (กับทางกระทรวงศึกาธิการ)

    จาก ระเบียบการกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการปรับปรุงระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการสอบเทียบวุฒิการศึกษาในประเทศและต่างประเทศระดับการศึกษาพื้นฐาน พ.ศ.2560 ได้มีการประกาศให้สถาบันอุดมศึกษาเป็นผู้กำหนดคุณสมบัติหลักเกณฑ์ของผู้มีสิทธิเข้าศึกษาต่อ หากมหาวิทยาลัย หรือ คณะกำหนดให้สามารถนำวุฒิ GED ยื่นในการสมัครเข้าศึกษาต่อได้ แสดงว่านักเรียนสามารถนำวุฒิและผลการสอบ GED เพื่อสมัครเรียนได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องไปเทียบวุฒิที่กระทรวงศึกษาธิการ

    ในกรณีที่มหาวิทยาลัยหรือคณะใช้หลักเกณฑ์ เทียบวุฒิ นักเรียนสามารถนำหลักฐานต่างๆ ไปยื่นคำร้องที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยการติดต่อ โทร. 02-2885511 www.obec.go.th/

    GED เข้าคณะอะไรได้บ้าง ?

    น้องๆ สามารถใช้ผลสอบ GED ยื่นสมัครเรียนได้ทั้งมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน หากเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐจะเน้นหลักสูตรนานาชาติ ส่วนมหาวิทยาลัยเอกชนก็สามารถยื่นได้ทั้งหลักสูตรไทยและหลักสูตรนานาชาติ ตัวอย่างคณะจากมหาวิทยาลัยชั้นนำที่รับผลสอบ GED อาทิ

    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (หลักสูตรนานาชาติ)

    • หลักสูตรบริหารธุรกิจ (BBA) คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี
    • วิศวกรรมศาสตร์ (ISE)
    •  ภาษาและวัฒนธรรม คณะอักษรศาสตร์ (BALAC)
    •  การจัดการสื่อสาร คณะนิเทศศาสตร์ (CommArts)
    • เศรษฐศาสตร์ (EBA)
    • ออกแบบนิเทศศิลป์ (CommDe) คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
    • การออกแบบสถาปัตยกรรม (INDA) คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
    • เคมีประยุกต์ (BSAC) คณะวิทยาศาสตร์ 
    • วิทยาศาสตร์จิตวิยา (JIPP) คณะจิตวิทยา

    มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (หลักสูตรนานาชาติ)

    • การเมืองและการระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ (BMIR)
    • เศรษฐศาสตร์ (BE)
    • นโยบายสังคมและการพัฒนา (SPD)
    • อังกฤษ-อเมริกัน ศึกษา (BASS)
    • ภาษาอังกฤษเชิงธุรกิจ (BEC)
    • ASEAN-China, รัสเซียศึกษา, สื่อมวลชนศึกษา (BJM)
    • นวัตกรรมการบริการ (MSI)
    • จีนศึกษา อินเดียศึกษา ไทยศึกษา วิทยาลัยนานาชาติ ปรีดี พนมยงค์ (PBIC)
    • กฎหมายธุรกิจ คณะนิติศาสตร์ (LL.B.)
    • บริหารธุรกิจ (BBA)
    • การออกแบบเชิงนวัตกรรมดิจิทัล (IDD)
    •  เทคโนโลยีดิจิทัลแนวสร้างสรรค์ (CDT)
    • วิทยาศาสตร์อุตสาหการและการจัดการ (ISC)
    • วิศวกรรมศาสตร์ (TEP,TEPPE)
    • การออกแบบพัฒนาชุมชนเมือง (UDDI)
    • วิทยาลัยโลกคดีศึกษาและผู้ประกอบการสังคม (GSSE)
    • เทคโนโลยีหัวใจและทรวงอก เทคโนโลยีทางคลินิก (CICM)
    • สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT)

    มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (หลักสูตรนานาชาติ)

    • หลักสูตรเกษตรเขตร้อน คณะเกษตรศาสตร์
    • วิศวกรรมศาสตร์
    • วิศวกรรมการบินและอวกาศ และบริหารธุรกิจ
    • เศรษฐศาสตร์การประกอบการ (EEBA)
    • เศรษฐศาสตร์ (โครงการภาษาอังกฤษ) (BEcon)
    • การจัดการท่องเที่ยวเชิงบูรณาการและการตลาด

    GED เข้ามหาลัยไหนได้บ้าง ?

    น้องๆ ที่ได้รับวุฒิ GED สามารถใช้ยื่นสมัครได้ทั้ง:

    มหาวิทยาลัยรัฐ หลักสูตรนานาชาติ

    • จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    • มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
    • วิทยาลัยนานาชาติมหิดล (MUIC)
    • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
    • มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
    • มหาวิทยาลัยศิลปากร
    • มหาวิทยาลัยบูรพา
    • มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
    • มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
    • มหาวิทยาลัยขอนแก่น
    • อื่นๆ

    มหาวิทยาลัยเอกชน

    • มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
    • มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
    • มหาวิทยาลัยรังสิต
    • มหาวิทยาลัยศรีปทุม
    • มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
    • อื่นๆ

    นอกจากนี้ สามารถใช้ยื่นเข้ามหาวิทยาลัยในต่างประเทศได้อีกด้วย แต่ส่วนใหญ่มหาวิทยาลัยที่รับวุฒิ GED จะต้องใช้คะแนน IELTS ประกอบการยื่นสมัครเข้าเรียนต่อ หากน้องๆ สนใจมหาวิทยาลัยไหนจะต้องศึกษาเงื่อนไขและข้อมูลให้พร้อมก่อนยื่นสมัคร

    คอร์สเตรียมความพร้อมสอบ GED ที่ The Advisor Academy !

    หากน้องๆ นักเรียนที่มีอายุ 14-20 ปี อยากสอบ GED ให้ผ่านฉลุย มาเตรียมลุยข้อสอบกับ The Advisor Academy หนึ่งในสถาบันเตรียมสอบหลักสูตรนานาชาติ (Test Preparation Center) ชั้นนำในประเทศไทยที่มีหลักสูตรติว GED  ทั้งแบบส่วนตัว แบบคู่ และแบบกลุ่ม โดยในคอร์สติว GED จะมีการประเมินพื้นฐานภาษาอังกฤษก่อนเรียน พร้อมวางแผนเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยเป็นรายบุคคลให้อย่างละเอียด เข้าเรียนสดผ่านระบบ Zoom จำนวน 100 ชั่วโมงเต็ม พร้อมไฟล์บันทึกการสอนเพื่อทบทวนย้อนหลัง รวมทั้งมีการทดสอบ GED กับครูผู้สอนก่อนลงสู่สนามสอบจริงอีกด้วย

    หากน้องๆ สนใจคอร์สติวสอบ GED ของ The Advisor Academy สามารถดูรายละเอียดได้ที่ https://theadvisoracademy.com/geds

    ความพึงพอใจจากผู้ปกครอง

    “ลูกไม่เคยติวหนังสือ ไม่เคยเรียนที่สถาบันใดๆเลยนี่เป็นครั้งแรกที่ตัดสินใจลงเรียนที่สถาบัน…ผลลัพธ์ถือว่าพอใจมากน้องเรียน GED ทั้งหมด 4 วิชา คุณครูสอนเนื้อหาได้คลอบคลุมพอน้องไปสอบ น้องก็ทำข้อสอบได้ และ ได้คะแนนสูงตามที่หวังไว้ด้วยค่ะ”