เตรียมสอบ IELTS พร้อมเทคนิคพิชิตคะแนนตามเป้าหมาย

วิธีเตรียมสอบ IELTS

IELTS เป็นการทดสอบทักษะภาษาอังกฤษแบบรอบด้านทั้งการฟัง พูด อ่านและเขียน โดยเป็นรูปแบบการสอบที่ได้รับความนิยมและยอมรับจากคนทั่วโลก ทำให้การสอบ IELTS ได้คะแนนสูง ๆ สามารถนำไปใช้ยื่นในการเรียนต่อหลักสูตรอินเตอร์และการเรียนต่อต่างประเทศได้ รวมถึงการไปทำงานต่างประเทศก็จะมีการยื่นคะแนน IELTS เพื่อเป็นตัวชี้วัดว่าทักษะภาษาอังกฤษของตัวเองนั้นแน่นพอจะนำไปใช้ในการทำงาน บทความนี้จึงจะมาแนะนำเกี่ยวกับการเตรียมสอบ IELTS พร้อมเทคนิคที่ช่วยให้ได้ Band Score ตรงตามเป้าหมาย

Key Takeaways

  • การเตรียมสอบ IELTS ด้วยตัวเอง จะช่วยให้สามารถวางแผนการอ่านหนังสือ ฝึกทักษะและบริหารเวลาได้ยืดหยุ่นตามความเหมาะสม
  • เทคนิคการสอบ IELTS ให้ได้ Band Score สูง ๆ เริ่มจากการวางแผนและเป้าหมายการสอบ ฝึกทำข้อสอบจับเวลา Mock test พร้อมด้วยการจุดอ่อนและจับทางเทคนิคของตัวเองให้ได้
  • การเรียน IELTS กับสถาบันจะดีกว่าการเรียนด้วยตัวเองตรงที่ช่วยให้การเตรียมสอบเป็นระบบมากขึ้น มีคุณครูมาคอยแนะนำเทคนิคพร้อมบอกจุดที่ยังต้องพัฒนาเพิ่มอีก
  • การเรียน IELTS ที่สถาบันอาจไม่ค่อยเหมาะกับคนที่ตารางเวลาไม่ตรงกับสถาบัน มีเวลาน้อยไม่สะดวกเข้าเรียนที่สถาบันตามตารางเรียน
  • The Advisor Academy เป็นสถาบันติว IELTS ที่มีความเชี่ยวชาญด้วยประสบการณ์กว่า 13 ปี พร้อมคลาสเรียนที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นการเรียน Online หรือ On-Site
สารบัญบทความ

การเตรียมสอบ IELTS ด้วยตัวเองดีอย่างไร?

IELTS คือ การสอบวัดระดับความสามารถภาษาอังกฤษสากลที่ได้รับการยอมรับจากมหาวิทยาลัยและองค์กรทั่วโลก โดยข้อสอบจะแบ่งออกเป็น 4 ทักษะ ได้แก่ Listening, Reading, Writing และ Speaking ซึ่งคะแนนจะถูกประเมินออกมาเป็น Band Score เพื่อนำไปใช้สมัครเรียนต่อ สมัครงาน หรือยื่นวีซ่าในหลายประเทศ การเตรียมสอบ IELTS ด้วยตัวเองจึงช่วยให้ผู้สอบสามารถวางแผนการอ่านหนังสือ ฝึกทักษะที่ตนเองยังอ่อน และบริหารเวลาได้อย่างยืดหยุ่นตามเป้าหมายคะแนนที่ต้องการ

เช็กค่าสมัครก่อนวางแผนสอบ IELTS : IELTS ค่าสอบเท่าไหร่ ต้องเตรียมตัวก่อนสอบอย่างไรบ้าง?

แนะนำ 7 เทคนิคเตรียมสอบ IELTS ให้ได้ Band Score สูง

เทคนิคเตรียมสอบ IELTS พิชิต Band Score สูง

การเตรียมสอบ IELTS นอกจากการอ่านหนังสือและฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอแล้ว การมีเทคนิคที่เหมาะสมก็ช่วยให้การเตรียมตัวมีประสิทธิภาพมากขึ้น มาดูกันว่า 7 เทคนิคเตรียมสอบ IELTS ที่จะช่วยเพิ่มโอกาสพิชิต Band Score ตามเป้าหมายมีอะไรบ้าง

1. วางแผนจัดตารางอ่านหนังสือสอบพร้อมกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน

ก่อนจะเริ่มอ่านหนังสือหรือลงเรียน ielts ควรเริ่มจากการวางเป้าหมาย เช่น วางแผน 1 ปีจากนี้จะอ่านหนังสือเพื่อสอบให้ได้ Band Score 7.0 หลังมีเป้าหมายก็จะกำหนดได้เลยว่าจะต้องสมัครสอบ ielts

ช่วงเดือนไหน เป็นการกำหนดเส้นตายให้กับตัวเอง จะได้วางแผนอ่านหนังสือได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. ฝึกทำข้อสอบ Mock Test ครอบคลุม 4 ทักษะ

การเตรียมสอบ IELTS ควรฝึกทำข้อสอบ Mock Test ให้ครอบคลุมทั้ง 4 ทักษะ ได้แก่ Listening, Reading, Writing และ Speaking เพื่อช่วยให้คุ้นเคยกับรูปแบบข้อสอบจริง ฝึกบริหารเวลา และประเมินจุดอ่อนของตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถวางแผนพัฒนาคะแนน Band Score ได้ตรงจุดมากขึ้น

3. ทบทวนและเพิ่มคลังคำศัพท์ให้มากขึ้น

การมีคลังคำศัพท์ที่หลากหลายจะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการทำข้อสอบ IELTS ทั้ง 4 ทักษะ โดยเฉพาะพาร์ท Writing และ Speaking ควรหมั่นทบทวนคำศัพท์ที่ใช้บ่อย ฝึกจดจำคำพ้องความหมาย รวมถึงเรียนรู้การใช้คำในบริบทต่าง ๆ เพื่อช่วยให้สื่อสารได้อย่างเป็นธรรมชาติและเพิ่มโอกาสทำคะแนน Band Score ได้ดีขึ้น โดยอาจใช้เทคนิคในการจำง่าย ๆ เช่น ทำ Flash Card มาช่วยในการท่องศัพท์ ทบทวนคำศัพท์วันละ 5-10 คำเป็นประจำ หรือการนำคำศัพท์ไปใช้จริงก็จะช่วยให้น้อง ๆ คุ้นเคยกับคำศัพท์มากขึ้น

4. ลองจับเวลาในการทำข้อสอบทุกครั้ง

การฝึกจับเวลาในการทำข้อสอบ IELTS จะช่วยให้คุ้นเคยกับเวลาสอบจริงและลดความกดดันระหว่างทำข้อสอบ ควรฝึกบริหารเวลาให้เหมาะสมในแต่ละพาร์ท เพื่อให้สามารถทำข้อสอบได้ครบทุกข้อ โดยสามารถแบ่งเวลาตามการทำข้อสอบจริงได้ดังนี้

  • Listening : 30 นาที
  • Writing : 60 นาที แบ่งออกเป็น 20 นาทีสำหรับ Task แรก และ 40 นาทีสำหรับ Task 2 ที่เป็น Essay writing
  • Reading : 60 นาที
  • Speaking : 10-15 นาที

5. เพิ่มทักษะ Listening ด้วยการฝึกฟังหลายสำเนียง

ข้อสอบ Listening ของ IELTS มักมีผู้พูดหลากหลายสำเนียง ทั้ง British, American, Australian และ Canadian ดังนั้นการฝึกฟังจากหลายสำเนียงจะช่วยให้คุ้นเคยกับการออกเสียงและจับใจความได้แม่นยำมากขึ้น ช่วยลดความสับสนระหว่างสอบ อีกทั้งการฝึกฟังจากคลิปวิดีโอหรือหนังต่าง ๆ ยังช่วยให้น้อง ๆ จดจำศัพท์และคุ้นเคยกับภาษาอังกฤษมากขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์กับการสอบในพาร์ทอื่น ๆ ด้วย

6. พัฒนาเทคนิคการสอบของตัวเอง

นอกจากการฝึกทำข้อสอบแล้ว การหาเทคนิคที่เหมาะกับตัวเองก็เป็นอีกสิ่งสำคัญในการเตรียมสอบ IELTS ไม่ว่าจะเป็นการจด Keyword ระหว่างฟัง การวางโครงสร้างคำตอบในพาร์ท Writing ทั้งนี้แต่ละคนมีเทคนิคการสอบไม่เหมือนกัน น้อง ๆ ควรลองหาเทคนิคที่เหมาะกับตัวเอง เพื่อให้เวลาลงสนามจริงจะได้มีเทคนิคที่ช่วยให้ได้เปรียบในการสอบ IELTS

7. วิเคราะห์จุดอ่อนของตัวเองก่อนเริ่มเตรียมสอบ

ก่อนเริ่มเตรียมสอบ IELTS ควรลองประเมินทักษะของตัวเองในแต่ละพาร์ทก่อนว่า Listening, Reading, Writing หรือ Speaking ส่วนไหนที่ยังต้องพัฒนา เพื่อให้สามารถวางแผนการอ่านและฝึกฝนได้ตรงจุดมากขึ้น

สาระน่ารู้ที่ควรรู้ก่อนสอบ IELTS : IELTS คะแนนเต็มเท่าไหร่ รู้จักการสอบ และการใช้คะแนนเรียนต่อ

เตรียมสอบ IELTS ด้วยตัวเอง vs เรียนกับสถาบันแบบไหนดีกว่ากัน?

การเตรียมสอบ IELTS ทั้งการอ่านเองและเรียนกับสถาบันต่างมีข้อดีแตกต่างกัน การอ่านด้วยตัวเองเหมาะกับคนที่มีวินัย จัดตารางเรียนได้ และต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย สามารถเลือกฝึกเฉพาะทักษะที่ยังอ่อนและเรียนได้ตามความสะดวกของตัวเอง แต่ข้อเสียคืออาจไม่รู้จุดอ่อนที่แท้จริง รวมถึงขาดเทคนิคการทำข้อสอบหรือ Feedback โดยเฉพาะในพาร์ท Writing และ Speaking

ในขณะที่การเรียนกับสถาบันจะช่วยให้มีผู้สอนคอยแนะนำแนวทางการเตรียมสอบ พร้อมสอนเทคนิคและช่วยวิเคราะห์จุดที่ควรพัฒนา ทำให้หลายคนเตรียมตัวได้เป็นระบบมากขึ้น อย่างไรก็ตามแผนการเรียนอาจไม่ยืดหยุ่นด้านวันและเวลา ทำให้คนที่มีเวลาน้อยหรือไม่สะดวกเข้าเรียนตามเวลาที่สถาบันกำหนดก็อาจจะลำบากกว่าการเรียนด้วยตัวเอง

สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องเวลาเข้าเรียน การเลือกสถาบันที่มีทั้งคลาส On-site และเรียนออนไลน์ก็ช่วยให้เตรียมสอบ IELTS ได้ง่ายขึ้น อย่าง The Advisor Academy ที่มีคอร์สเรียน IELTS ทั้งแบบออนไลน์ และเรียนที่สถาบัน สามารถเลือกเรียนได้ตามไลฟ์สไตล์ของผู้เรียน เหมาะกับทั้งคนที่ต้องการความยืดหยุ่นในการจัดเวลา และคนที่อยากเรียนทบทวนเพิ่มเติมด้วยตัวเอง นอกจากนี้ยังมีการสอนครบทั้ง 4 พาร์ท พร้อมเทคนิคการทำข้อสอบและการประเมินจุดอ่อนรายบุคคล ช่วยให้การเตรียมสอบเป็นระบบมากขึ้น 

สรุปเตรียมสอบ IELTS

การเตรียมสอบ IELTS ไม่ใช่แค่การขยันอ่านหนังสือเพียงอย่างเดียว แต่ต้องรู้จักเทคนิคและวิธีเตรียมสอบที่เหมาะสมกับตัวเอง โดยการสังเกตว่าทักษะของตัวเองด้านไหนที่ยังไม่แข็งบ้าง ก็จะสามารถจัดตารางเรียนของตัวเองที่เน้นพัฒนาในด้านนั้นได้มากขึ้น อีกทั้งการกำหนดเป้าหมายก่อนสอบยังช่วยให้สามารถจัดตารางอ่านหนังสือได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แต่สำหรับคนที่กังวลว่าหากอ่านหนังสือด้วยตัวเองแล้วจะทำได้ไม่เต็มที่หรือขาดวินัยจนลืมอ่านหนังสือ การเข้าเรียนกับสถาบันที่ช่วยติวสอบ IELTS อย่าง The Advisor Academy ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีเลย โดยทาง The Advisor มีประสบการณ์การสอนมากว่า 13 ปี พร้อมด้วยการจัดหลักสูตรอบรมครูผู้สอนเป็นประจำ ทำให้ The Advisor มีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญที่จะสอนให้น้อง ๆ ทุกคนพร้อมสำหรับการสอบ IELTS โดยหลักสูตรของ The Advisor นั้นมีการปรับเปลี่ยนตามเทรนด์ตลอด มี Mock Test ให้น้อง ๆ คุ้นเคยก่อนลงสนามสอบจริงด้วย หากมีข้อสงสัยหรืออยากสอบถามเพิ่มเติมปรึกษาได้ฟรี ! กับ The Advisor

ช่องทางการติดต่อ :

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเตรียมสอบ IELTS

เตรียมสอบ IELTS ด้วยตัวเองต้องใช้เวลากี่เดือน?

โดยทั่วไปการเตรียมสอบ IELTS ด้วยตัวเองอาจใช้เวลาประมาณ 2–6 เดือน ขึ้นอยู่กับพื้นฐานภาษาอังกฤษเดิม หากมีพื้นฐานค่อนข้างดี อาจใช้เวลาเพียง 1–3 เดือนในการทบทวนและฝึกทำข้อสอบ แต่หากต้องการเพิ่มคะแนนหรือยังไม่คุ้นเคยกับรูปแบบข้อสอบ อาจต้องใช้เวลาฝึกฝนต่อเนื่องมากขึ้น

คะแนน IELTS ที่ใช้เข้ามหาวิทยาลัยควรได้เท่าไหร่?

คะแนน IELTS ที่ใช้สมัครเข้ามหาวิทยาลัยส่วนใหญ่จะอยู่ประมาณ 5.5–7.0 ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัย คณะ และประเทศที่ต้องการสมัคร โดยหลักสูตรอินเตอร์ทั่วไปมักเริ่มต้นที่ประมาณ IELTS 5.5–6.0 ดังนั้นควรตรวจสอบเกณฑ์ของแต่ละสถาบันก่อนสอบ IELTS

เตรียมสอบ IELTS ด้วยตัวเองต้องเริ่มต้นจากอะไรก่อน?

เตรียมสอบ IELTS ด้วยตัวเอง ควรเริ่มจากการประเมินพื้นฐานภาษาอังกฤษของตัวเองก่อน เพื่อดูว่าทักษะไหนยังเป็นจุดอ่อน จากนั้นทำความเข้าใจรูปแบบข้อสอบ IELTS ทั้ง 4 พาร์ท ได้แก่ Listening, Reading, Writing และ Speaking แล้วจึงวางแผนอ่านหนังสือ ฝึกทำข้อสอบ และจับเวลาอย่างสม่ำเสมอ

IELTS Academic กับ General Training ต่างกันอย่างไร?

IELTS Academic และ IELTS General Training จะแตกต่างกันในพาร์ท Reading และ Writing โดย IELTS Academic จะเน้นเนื้อหาเชิงวิชาการ เหมาะสำหรับใช้สมัครเรียนต่อมหาวิทยาลัยหรือหลักสูตรอินเตอร์ ส่วน IELTS General Training จะใช้บทความและสถานการณ์ในชีวิตประจำวันมากกว่า เหมาะสำหรับการทำงาน ย้ายถิ่นฐาน หรือสมัครวีซ่าในบางประเทศ