SAT vs ACT ต่างกันอย่างไร? เปรียบเทียบการสอบ แบบไหนยากกว่า?

SAT vs ACT

การเตรียมตัวเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรอินเตอร์ในประเทศไทยหรือการไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศ การสอบวัดระดับความรู้มาตรฐานสากลถือเป็นเรื่องสำคัญ แล้วระหว่างการสอบ SAT vs ACT ควรเลือกอะไร ซึ่งทั้ง 2 สนามสอบได้รับการยอมรับจากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลก น้อง ๆ หลายคนและผู้ปกครองอาจกำลังสงสัยว่าการสอบทั้ง 2 แบบนี้มีจุดเด่น หรือเนื้อหาที่วัดผลต่างกันอย่างไร 

บทความนี้ พี่ ๆ The Advisor จะพาไปดูว่า SAT vs ACT แตกต่างกันอย่างไร เพื่อให้สามารถตัดสินใจเลือกสนามสอบที่เหมาะสมที่สุดค่ะ

Key Takeaways

  • SAT vs ACT ต่างกัน โดย SAT เน้นการวิเคราะห์เชิงลึก ส่วน ACT จะมีพาร์ท Science เพิ่มเข้ามาและเน้นความรวดเร็ว
  • ACT สามารถใช้เครื่องคิดเลขได้ทุกข้อในพาร์ทคณิตศาสตร์แบบไม่มีข้อยกเว้น ส่วน SAT Math มีสัดส่วนคะแนนถึง 50% ของคะแนนรวม
  • การเลือกสอบควรพิจารณาจากความถนัดส่วนตัว หากถนัดวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกควรเลือก SAT แต่หากทำข้อสอบเร็วและถนัดวิทยาศาสตร์ควรเลือก ACT
  • คะแนนสอบทั้งสองแบบสามารถใช้ยื่นเข้าศึกษาต่อได้ทั้งมหาวิทยาลัยในไทย (หลักสูตรอินเตอร์) และต่างประเทศ
สารบัญบทความ

ทำความรู้จักกับ SAT vs ACT คือการสอบอะไร?

ก่อนที่จะไปเปรียบเทียบว่าควรเลือกสอบอะไรดี มาทำความรู้จักกับ ACT กับ SAT ว่าคืออะไร เพื่อให้น้อง ๆ เห็นภาพรวมของโครงสร้างข้อสอบทั้ง 2 ประเภท ดังนี้ค่ะ

ข้อสอบ SAT

ข้อสอบ SAT คือข้อสอบที่จัดทำโดย College Board มีชื่อเต็มว่า Scholastic Assessment Test เป็นการสอบมาตรฐานสากลเพื่อวัดทักษะด้านคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ ใช้สำหรับยื่นคะแนนสมัครเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัย ปัจจุบันมีการปรับรูปแบบเป็น Digital SAT ซึ่งตอบโจทย์การสอบในยุคใหม่มากขึ้น โดยโครงสร้างหลักของข้อสอบแบ่งออกดังนี้ค่ะ

  • Reading and Writing
  • Math

ข้อสอบ ACT

ข้อสอบ ACT หรือชื่อเต็มคือ American College Testing Assessment เป็นข้อสอบที่ใช้วัดทักษะด้านการใช้เหตุผล การแก้ปัญหา การวิเคราะห์ และการสื่อสาร เพื่อประเมินความพร้อมของน้อง ๆ สำหรับการเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย โดยโครงสร้างของข้อสอบ ACT จะประกอบไปด้วยรายวิชาต่าง ๆ ดังนี้ค่ะ

  • English
  • Math
  • Reading
  • Science Reasoning
  • Essay (Optional)

เปรียบเทียบ SAT vs ACT ด้านต่าง ๆ มีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร?

ลองมาดูกันว่าเวลาและจำนวนข้อสอบ SAT vs ACT รวมถึงเกณฑ์การให้คะแนนอื่น ๆ เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าเมื่อเปรียบเทียบข้อสอบ ACT vs SAT เหมือนหรือต่างกันอย่างไรบ้าง

 

ข้อสอบ SAT (Digital SAT)ข้อสอบ ACT

ข้อสอบ SAT (Digital SAT)ข้อสอบ ACT

เหมาะสำหรับใคร

น้อง ๆ ที่ถนัดการวิเคราะห์เชิงลึก คิดอย่างรอบคอบ และมีพื้นฐานภาษาอังกฤษกับคณิตศาสตร์แน่น

น้อง ๆ ที่ถนัดการอ่านจับใจความเร็ว บริหารเวลาเก่ง และมีทักษะวิเคราะห์ข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์

การคิดคะแนน

คะแนนรวม 400 – 1,600 คะแนน (พาร์ทละ 800 คะแนน)

คะแนนเฉลี่ยรวม 1 – 36 คะแนน (นำคะแนนทั้ง 4 พาร์ทมาเฉลี่ยรวมกัน)

เวลาสอบ

2 ชั่วโมง 14 นาที

2 ชั่วโมง 55 นาที (หากสอบ Writing จะเพิ่มเป็น 3 ชั่วโมง 35 นาที)

ค่าสมัครสอบ

ประมาณ 3,300 บาท (ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้)

ประมาณ 5,600 บาท (ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้)

จำนวนข้อสอบในแต่ละพาร์ท

– Reading & Writing 54 ข้อ
– Math 44 ข้อ

– English 75 ข้อ
– Math 60 ข้อ
– Reading 40 ข้อ
– Science 40 ข้อ
– Writing 1 ข้อ (Optional)

การใช้เครื่องคิดเลข

สามารถใช้เครื่องคิดเลขแบบ Built-in (Desmos) หรือเครื่องที่ได้รับอนุญาตได้ตลอดพาร์ทคณิตศาสตร์

สามารถใช้เครื่องคิดเลขที่ได้รับอนุญาตได้ทุกข้อในพาร์ทคณิตศาสตร์แบบไม่มีข้อยกเว้น

รอบสอบต่อปี

ประมาณ 5 ครั้งต่อปี (มักสอบช่วง มี.ค., พ.ค., ส.ค., ต.ค., ธ.ค.)

ประมาณ 5 ครั้งต่อปี (มักสอบช่วง เม.ย., มิ.ย., ก.ย., ต.ค., ธ.ค.)

ข้อสอบ SAT กับ ACT อันไหนยากกว่ากัน?

สอบ sat

ข้อสอบ SAT กับ ACT อันไหนยากกว่ากัน? ถือเป็นคำถามยอดฮิตที่พี่ ๆ The Advisor เจอบ่อยมาก ขอตอบตรงนี้เลยค่ะว่า ไม่มีข้อสอบแบบไหนที่ง่ายกว่ากันอย่างชัดเจน เพราะทั้งหมดขึ้นอยู่กับความถนัดของแต่ละบุคคล หากถามว่า ACT Math ยากไหม? หรือ SAT กับ ACT อันไหนยากกว่า? ในมุมมองของการคำนวณต้องอธิบายว่า SAT จะมีสัดส่วนคะแนนคณิตศาสตร์ถึง 50% และโจทย์มีความซับซ้อนกว่าเล็กน้อย ส่วน ACT มีพาร์ทคณิตศาสตร์เพียง 25% แต่ต้องทำแข่งกับเวลาที่บีบคั้นกว่าและมีพาร์ทวิทยาศาสตร์เพิ่มเข้ามา 

ดังนั้นสำหรับข้อสงสัยที่ว่า ACT vs SAT อันไหนยากกว่า? พี่ ๆ The Advisor แนะนำให้น้อง ๆ ลองทำ Practice Test ของทั้งคู่ดูก่อน เพื่อประเมินว่าเราถนัดบริหารเวลาและชอบสไตล์คำถามแบบไหนมากกว่ากันค่ะ

สอบ SAT / ACT ใช้ยื่นที่ไหนได้บ้าง? เพิ่มโอกาสติดมหาวิทยาลัยในฝัน

หากน้อง ๆ มีข้อสงสัยว่า ACT กับ SAT ใช้ยื่นอะไรได้บ้าง คำตอบคือคะแนนเหล่านี้สามารถใช้ยื่นเข้าศึกษาต่อในหลักสูตรนานาชาติ (International Program) ของมหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศไทย ตัวอย่างเช่น

คณะและสถาบันที่ใช้คะแนน SAT

  1. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลักสูตรนานาชาติ
    • BBA: คะแนน SAT รวม ≥ 1,270
    • BALAC / CommArts / INDA: เน้นใช้ SAT Reading & Writing 450 – 500 คะแนนขึ้นไป (บางคณะต้องใช้ Math ร่วมด้วย)
    • EBA / ISE / ChPE: เน้นคะแนน SAT Math 620 – 650 คะแนนขึ้นไป
    • LLBel / PGS: คะแนน SAT รวม ≥ 1,200 (โดยต้องมี SAT Reading & Writing ≥ 500 คะแนน)

  2. วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล (MUIC)
    • BBA / B.Eng. / B.S.c. / B.M.: กำหนดขั้นต่ำคะแนน SAT Math ≥ 600
    • B.Com.Arts.: กำหนดขั้นต่ำคะแนน SAT Math ≥ 500

  3. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หลักสูตรนานาชาติ
    • BBA: คะแนน SAT รวม ≥ 1,200 (โดย SAT Math ≥ 600 และ SAT Reading & Writing ≥ 460)
    • BE / LL.B. / TEP / TEPE: เน้นคะแนน SAT Math 620 – 650 คะแนนขึ้นไป
    • BEC / BAS / BJM / SPD: กำหนดคะแนน SAT Reading & Writing 400 – 450 คะแนนขึ้นไป
    • PPE: ใช้คะแนน SAT Math ≥ 600 และ SAT Reading & Writing ≥ 450

  4. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หลักสูตรนานาชาติ
    • IUP / IDDP: คะแนน SAT รวม ≥ 1,000 (โดยต้องมี SAT Math ≥ 600)
    • EEBA / BBA: เน้นคะแนน SAT Reading & Writing 529 – 530 คะแนนขึ้นไป (คณะ EEBA ต้องใช้ Math ≥ 450 ร่วมด้วย)

  5. มหาวิทยาลัยศิลปากร หลักสูตรนานาชาติ
    • BFA / BBA: กำหนดขั้นต่ำคะแนน SAT Reading & Writing ≥ 450

  6. มหาวิทยาลัยในต่างประเทศ
    • สามารถใช้ยื่นเรียนต่อได้หลากหลายสถาบัน เช่น University of Florida, Columbia University, Durham University, University of Nottingham, McGill University และ University of Queensland (เกณฑ์คะแนนจะขึ้นอยู่กับแต่ละคณะและสาขาวิชา)

คณะและสถาบันที่ใช้คะแนน ACT

  1. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CU)
    • BALAC CU: คะแนน ACT (E & R) ≥ 34
    • BAScii CU: คะแนน ACT (E & R) ≥ 37 และ ACT Math ≥ 27 
    • BBTech CU: คะแนน ACT Math ≥ 25 
    • CommArts / BCM CU: คะแนน ACT (E & R) ≥ 37 และ ACT Math ≥ 25 
    • ChPE CU: คะแนน ACT Math ≥ 26 และ ACT Science ≥ 25 
    • EBA CU: คะแนน ACT (E & R) ≥ 31 และ ACT Math ≥ 27 
    • ISE CU: คะแนน ACT Math ≥ 26 และ ACT Science ≥ 25 

  2. วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล (MUIC)
    • BBA / Engineering / Science MUIC: กำหนดคะแนน ACT Math ≥ 25 (พาร์ท Science ใช้เกณฑ์คะแนนเดียวกัน)
    • CommArts / THM MUIC: กำหนดคะแนน ACT Math ≥ 18 
    • Creative Tech MUIC: กำหนดคะแนน ACT Science ≥ 25 

  3. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (TU)
    • SIIT TU: คะแนน Overall ≥ 21.5 พร้อมคะแนน ACT Math ≥ 20 และ ACT Science ≥ 20

เตรียมตัวสอบ SAT vs ACT อย่างไรให้ได้คะแนนสูง พร้อมลุยทุกสนาม

คะแนนสอบ SAT และ ACT

การจะทำคะแนนให้ได้สูงตามเป้าหมายในระยะเวลาที่จำกัด ต้องอาศัยการวางแผนอย่างเป็นระบบ พี่ ๆ The Advisor มีเทคนิคดี ๆ มาฝากดังนี้ค่ะ

  • สำรวจตัวเองก่อนว่า ACT vs SAT เลือกสอบอย่างไรให้ตรงกับศักยภาพและความถนัดของตนเองให้มากที่สุด
  • หมั่นฝึกทำข้อสอบเก่าพร้อมจับเวลาจริงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความคุ้นเคยและลดความประหม่าเมื่อต้องลงสนามสอบจริง
  • หากต้องการผู้ช่วยวางแผนว่าควรติว SAT หรือ ACT แบบเจาะลึก แนะนำให้หาสถาบันกวดวิชาที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเพื่อเสริมจุดแข็งและลดจุดอ่อนค่ะ

ระหว่าง SAT vs ACT เลือกสอบแบบไหนดี เตรียมตัวสอบ เพื่อคะแนนที่สูงเกินเป้ากับ The Advisor

หลังจากที่รู้ว่า SAT vs ACT คืออะไรและเห็นข้อแตกต่างกันไปแล้ว สิ่งสำคัญลำดับถัดไปคือการเตรียมตัวสอบอย่างจริงจังค่ะ หากน้อง ๆ หรือผู้ปกครองท่านใดกำลังมองหาสถาบันติวสอบดี ๆ ขอแนะนำ The Advisor Academy ค่ะ เรามีทีมติวเตอร์ผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมวิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อน วางแผนการเรียนแบบรายบุคคล พร้อมมอบเทคนิคการทำโจทย์ลัดที่จะช่วยให้น้อง ๆ ประหยัดเวลาและเพิ่มความมั่นใจเกินร้อย เพื่อให้ทุกการสอบเป็นเรื่องง่ายและประสบความสำเร็จตามที่มุ่งหวังไว้ค่ะ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ SAT vs ACT

มหาวิทยาลัยไทยรับคะแนน ACT ไหม?

รับค่ะ มหาวิทยาลัยชั้นนำในไทยที่มีหลักสูตรนานาชาติหลายแห่ง เปิดรับคะแนน ACT เพื่อใช้เป็นเกณฑ์การพิจารณาร่วมกับคะแนนอื่น ๆ แล้วในปัจจุบัน

สอบทั้ง SAT และ ACT ได้ไหม ยื่นอันไหนดี?

สามารถสอบได้ทั้ง 2 แบบค่ะ แต่พี่ ๆ The Advisor แนะนำให้เลือกยื่นคะแนนสอบตัวที่น้อง ๆ ทำคะแนนได้สูงที่สุดและสอดคล้องกับเกณฑ์รับสมัครของคณะนั้น ๆ ค่ะ

Digital SAT สอบที่ไหน สมัครยังไง?

การสมัครสอบ Digital SAT ต้องทำผ่านเว็บไซต์ College Board เท่านั้น โดยเลือกรอบสอบและสนามสอบ SAT ในประเทศไทย สำหรับสนามสอบในไทยส่วนใหญ่จะจัดขึ้นตามโรงเรียนนานาชาติและมหาวิทยาลัยที่มีหลักสูตรอินเตอร์ ซึ่งกระจายอยู่ทั้งในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ชลบุรี ภูเก็ต และจังหวัดใหญ่ในภาคตะวันออก 

คะแนน SAT/ACT เก็บได้กี่ปี?

มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่จะเปิดรับผลคะแนนที่มีอายุไม่เกิน 2 ปี เพราะทางสถาบันต้องการประเมินความรู้ความสามารถทางวิชาการที่เป็นปัจจุบันที่สุดของผู้สมัครค่ะ