สอบเทียบ GED

การสอบเทียบ GED คืออะไร? ยื่นเข้าคณะอะไรได้บ้าง?

น้อง ๆ หลายคนที่กำลังมองหาการเข้าเรียนต่อในรั้วมหาวิทยาลัยคงเคยได้ยินการสอบเทียบวุฒิด้วยผลสอบ GED กันมาบ้างแล้ว ซึ่งผลการสอบ GED เป็นที่ยอมรับในหลักสูตรนานาชาติในหลายมหาวิทยาลัย อีกทั้งสามารถใช้ยื่นเข้าสมัครเรียนต่อในต่างประเทศได้อีกด้วย

เพื่อให้น้อง ๆ เข้าใจการสอบ GED ได้ดียิ่งขึ้น มาทำความรู้จักอย่างละเอียดกันเลยดีกว่า ว่า GED คืออะไร ต้องสอบอย่างไร และสอบ GED เข้ามหาลัยไหนได้บ้าง จะได้ไม่พลาดโอกาสเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำ พร้อมแล้วมาดูกันเลย !

Key Takeaway

  • การสอบ GED คือการสอบเทียบวุฒิการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) ของประเทศสหรัฐอเมริกา
  • GED ต้องสอบทั้งหมด 4 วิชา ได้แก่ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ (อ่าน–เขียน) วิทยาศาสตร์ และสังคมศึกษา
  • คะแนน GED ที่ผ่านเกณฑ์ คือตั้งแต่ 145 คะแนนขึ้นไปในแต่ละวิชา
  • GED Ready คือข้อสอบจำลองอย่างเป็นทางการ ที่ใช้ประเมินความพร้อมก่อนสอบ GED จริง ซึ่งเมื่อผ่านแล้วจึงสอบ GED รอบทั่วไปได้
สารบัญบทความ

GED คืออะไร ?

GED คืออะไร

GED (General Educational Development) คือการสอบวัดผลเพื่อเทียบวุฒิการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) หรือ High School Diploma ของระบบการศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยอยู่ภายใต้การดูแลและรับรองมาตรฐานจาก Pearson VUE ทำให้ผลสอบ GED มีความน่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับในหลายประเทศทั่วโลก เช่นเดียวกับกระทรวงศึกษาธิการของประเทศไทยที่ให้สถานะเทียบเท่าวุฒิการศึกษาระดับชั้นม. 6 ซึ่งสามารถใช้สมัครเรียนต่อหรือสมัครงานได้ตามเงื่อนไขของแต่ละสถาบัน

ใครบ้างที่เหมาะกับการสอบเทียบ GED ?

การสอบเทียบ GED เหมาะสำหรับน้อง ๆ ที่มีเป้าหมายชัดเจนและต้องการเส้นทางการศึกษาที่ยืดหยุ่นมากขึ้น เช่น การเรียนจบภายในระยะเวลาที่สั้นลง และก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยได้ไวกว่าเส้นทางปกติ รวมไปถึงน้อง ๆ ที่ต้องการประหยัดเวลาเพื่อนำไปต่อยอดเป้าหมายอื่นในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการทำธุรกิจ หรือการพัฒนาทักษะเฉพาะทางด้านต่าง ๆ รวมถึงน้อง ๆ ที่ตั้งใจศึกษาต่อในต่างประเทศหรือหลักสูตรนานาชาติ ซึ่งการสอบ GED คือทางเลือกหนึ่งที่ช่วยเปิดโอกาสทางการศึกษาให้กว้างขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ

GED สอบวิชาอะไรบ้าง และเท่าไหร่ถึงจะผ่าน ?

GED สอบวิชาอะไรบ้าง

การสอบ GED จะแบ่งออกเป็น 4 รายวิชา ซึ่งเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด โดยจะเน้นความรู้พื้นฐาน การเชื่อมโยง ตรรกะและการคิดวิเคราะห์ ได้แก่

1. GED Reasoning Through Language Arts (RLA)

ข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษที่รวมเนื้อหาทั้งวิชา Reading และ Writing เข้าด้วยกัน โดยใช้เวลาสอบ 150 นาที ข้อสอบมีทั้งแบบ Multiple Choices, Drag and Drop, Select and Area และ Drop Down เพื่อวัดทักษะด้านการอ่าน แกรมมาร์พื้นฐาน และการเขียนเรียงความแบบ Argumentative

ข้อสอบ RLA จะแบ่งออกเป็น 3 พาร์ท 150 นาที ได้แก่

  • พาร์ทที่ 1 (30 นาที) – Reading มีบทความมาให้ 2 เรื่อง ได้แก่ เรื่องแต่ง หรือบทความทั่วไป แล้วตอบคำถาม ให้เวลา 30 นาที
  • พาร์ทที่ 2 (45 นาที) – Extended Response เป็นการเขียน Essay วิเคราะห์และสรุป 2 บทความที่มีความขัดแย้งกัน
  • พัก 10 นาที
  • พาร์ทที่ 3 (65 นาที) – Reading and Standard English Convention ให้อ่านบทความจากนั้นตอบคำถามให้ได้ และมีบทความวัดความรู้ด้านแกรมมาร์พื้นฐาน

2. GED Social Studies

ข้อสอบวิชาสังคมศึกษาและประวัติศาสตร์ ใช้เวลาสอบ 70 นาที ข้อสอบจะเน้นที่การวิเคราะห์ข้อมูลด้านประวัติศาสตร์และการเมืองการปกครอง รวมทั้งการอ่านตัวเลข กราฟ ตาราง และแผนที่ที่เกี่ยวข้องในด้านสังคมและประวัติศาสตร์ โดยเนื้อหาที่ออกสอบ ได้แก่

  • ประวัติศาสตร์อเมริกา (U.S. History)
  • การเมืองการปกครอง (Civic and government)
  • เศรษฐศาสตร์ (Economics)
  • ภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์โลก (Geography and the world)

รูปแบบในการสอบ SOCIAL STUDIES

  • Multiple Choice – ข้อสอบปรนัยซึ่งมีให้เลือกทั้งหมด 4 คำตอบ ต่อข้อ
  • Drag-and-drop – ให้ลากคำตอบที่ถูกต้องลงในช่องที่เตรียมไว้ให้
  • Fill in the blank – เติมคำในช่องว่างโดยจะมีคำตอบให้เลือกโดยจะแบ่งเป็น ช่องว่าง กราฟ เป็นต้น
  • Short Answer – ให้อ่านเนื้อเรื่องหรือการวิจัย แล้วคำถามจะให้เราสรุปเนื้อเรื่องหรืออธิบายขั้นตอนของการวิจัย

3. GED Mathematical Reasoning

ข้อสอบวิชาคณิตศาสตร์ ใช้เวลาสอบ 115 นาที ข้อสอบจะเน้นไปที่การเลือกใช้สูตรและการคิดเลขให้สอดคล้องกับโจทย์ รวมทั้งการแก้ปัญหาทางพีชคณิต โดยเนื้อหาข้อสอบจะประกอบไปด้วย

  • คณิตศาสตร์พื้นฐาน (Basic Math)
  • เรขาคณิต (Geometry)
  • พีชคณิตพื้นฐาน (Basic Algebra)
  • กราฟและฟังก์ชั่น (Graphs and function)

ข้อสอบ MATH จะแบ่งออกเป็น 2 พาร์ท ได้แก่

  • พาร์ทที่ 1 – (5 – 7 คำถามแรก) ไม่สามารถใช้เครื่องคิดเลขได้ จะเป็นคำถามที่ใช้ความสามารถเลขพื้นฐาน (บวก ลบ คูณ หาร) คำถามจะออกเป็นการแก้ปัญหาโดยแบ่งดังนี้ 
    • การแก้ปัญหาเชิงปริมาณ – Quantitative problem solving (45%) 
    • การแก้ปัญหาเกี่ยวกับพีชคณิต – Algebraic problem solving (55%)
  • พาร์ทที่ 2 – (คำถามที่เหลือ) อนุญาตให้ใช้เครื่องคิดเลขที่อยู่ในข้อสอบได้

4. GED Science

วิชาวิทยาศาสตร์ ใช้เวลาสอบ 90 นาที เนื้อหาหลักที่น้อง ๆ ต้องใช้สอบมีอยู่ 3 หัวข้อหลัก ๆ ได้แก่

  • การอ่านบทอ่านภาษาอังกฤษที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ (Reading for meaning in Science)
  • การออกแบบและทดลองทางวิทยาศาสตร์ (Designing and interpreting science experiments)
  • การอ่านตัวเลขและกราฟที่เกี่ยวข้องกับวิชาวิทยาศาสตร์ (Using numbers and graphics in science)

ซึ่งเนื้อหาจะเกี่ยวข้องกับ Life science, Physical science และ Earth and Space science

รูปแบบในการสอบ SCIENCE:

  • Multiple Choice – ข้อสอบปรนัยซึ่งมีให้เลือกทั้งหมด 4 คำตอบ ต่อข้อ
  • Drag-and-drop – ให้ลากคำตอบที่ถูกต้องลงในช่องที่เตรียมไว้ให้
  • Fill in the blank – เติมคำในช่องว่างโดยจะมีคำตอบให้เลือกโดยจะแบ่งเป็น ช่องว่าง กราฟ เป็นต้น
  • Short Answer – ให้อ่านเนื้อเรื่องหรือการวิจัย แล้วคำถามจะให้เราสรุปเนื้อเรื่องหรืออธิบายขั้นตอนของการวิจัย

ใน 4 วิชาที่ใช้สอบนี้ คะแนนที่น้อง ๆ จะต้องได้ คือ ไม่ต่ำกว่า 145 คะแนน จากคะแนนเต็ม 200 คะแนนในแต่ละวิชาจึงจะถือว่าสอบ GED ผ่าน โดยเกณฑ์คะแนนของ GED มีทั้งหมด 3 ระดับ ได้แก่

  • Passing Score : 145/200 คะแนน
  • College Ready : 165/200 คะแนน
  • College Ready + Credit : 175/200 คะแนน

ซึ่งเกณฑ์ที่น้อง ๆ จะใช้ในการยื่นเข้ามหาวิทยาลัย คือ ตั้งแต่ 145-165 คะแนนขึ้นไป ขึ้นอยู่กับทางคณะและมหาวิทยาลัยกำหนด แต่ถ้าหากสอบแล้วได้คะแนนไม่ถึง 145 คะแนน น้อง ๆ สามารถสมัครลงทะเบียนสอบใหม่ได้ทันที ยกเว้นการสอบใหม่ในครั้งที่ 4 ขึ้นไปที่จะต้องเว้นระยะจากการสอบครั้งล่าสุดมาแล้วอย่างน้อย 60 วัน

การสอบเทียบ GED และ IGCSE ต่างกันอย่างไร ?

การสอบ GED และ IGCSE เป็นเส้นทางการศึกษาทางเลือก ที่มีความแตกต่างกันหลายประการ โดย GED คือการสอบเทียบวุฒิม.ปลาย (ม.6) ของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งข้อสอบ GED มีทั้งหมด 4 วิชา ได้แก่ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์ และสังคมศึกษา สามารถนำไปสมัครเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยหรือหลักสูตรนานาชาติทั้งในและต่างประเทศได้ ขณะที่ IGCSE เป็นวุฒิจากระบบการศึกษาของประเทศอังกฤษ ซึ่งมีสถานะเทียบเท่าระดับชั้น ม.4 โดยสามารถสอบ AS/A-Level อีก 3 วิชา เพื่อใช้ยื่นขอวุฒิม.6 ได้ โดยมีวิชาที่ต้องสอบที่หลากหลายกว่า เช่น คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์ และวิชาเลือกอื่น ๆ 

>> เตรียมตัวให้พร้อมได้เปรียบกว่า! ลงทะเบียนติว IGCSE พร้อมรับเทคนิค Up คะแนนแบบเห็นผลจริง <<

GED Ready คืออะไร?

GED Ready คืออะไร? GED Ready คือแบบทดสอบจำลอง (Official Practice Test) ที่น้อง ๆ ต้องทำคะแนนให้ได้ตั้งแต่ 145 คะแนนขึ้นไปในแต่ละรายวิชา ได้แก่ ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสังคมศึกษา เพื่อให้มีสิทธิ์ทำข้อสอบของหลักสูตร GED ในลำดับถัดไป ซึ่งการสอบจำลองนี้จะช่วยให้รู้สึกคุ้นเคยกับลักษณะและโครงสร้างของข้อสอบ GED รวมถึงรู้จุดผิดพลาดที่ต้องกลับไปทบทวนเพิ่มเติม ทั้งจากการอ่านด้วยตัวเองและการลงคอร์สเรียน GED เพิ่มเติม เพื่อให้มั่นใจกับการสอบในสนามนี้ยิ่งขึ้น

ค่าใช้จ่ายในการสอบ GED

ค่าธรรมเนียมในการสอบ GED แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ

  • ค่าสอบ GED Ready 7.99 USD / วิชา (ประมาณ 248 บาท ต่อวิชา)
  • ค่าสอบ GED 85 USD / วิชา (ประมาณ 2,850 บาท ต่อวิชา)
  • ค่าใบ GED Diploma และ Transcript 15 USD / ใบ (ประมาณ 500 บาท ต่อใบ) โดยแบบการจัดส่งจะจัดส่งแบบเร่งด่วน (FEDEX) ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

โดยสามารถชำระค่าสอบและค่าเอกสารด้วยหมายเลขบัตรเครดิต/เดบิต ผ่าน www.ged.com

***ค่าเงินไทยมีการเปลี่ยนแปลงตามอัตราแลกเปลี่ยนในแต่ละวัน

***สำหรับนักเรียนที่เรียนกับทางสถาบัน The Advisor Academy ทางสถาบันจะทำการสั่งใบจบตัวจริงให้ค่ะ

คุณสมบัติและวิธีการสมัครสอบ GED

น้อง ๆ ที่จะเข้าสอบ GED จะต้องมีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป โดยไม่ได้กำหนดว่าผู้สอบจะอยู่ในระบบการศึกษามาก่อนหรือไม่

  • สำหรับน้อง ๆ ที่อายุ 16 – 17 ปี จะต้องดาวน์โหลดแบบฟอร์มแสดงความยินยอมของผู้ปกครอง (Consent Form) และเซ็นยินยอมให้เรียบร้อยเพื่อเป็นหลักฐานก่อนส่งไปยัง GED Testing Service ([email protected]) เพื่อขอเข้าสอบ
  • สำหรับผู้ที่อายุ 18 ปีขึ้นไปก็สามารถสมัครสอบได้ทันที โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง

เมื่อคุณสมบัติพร้อมแล้ว น้อง ๆ สามารถ เข้าสมัครสอบได้ที่ www.ged.com โดยเข้าไปที่เมนู Sign up กรอกอีเมลและรหัสผ่าน จากนั้นกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ซึ่งจะต้องตรงตามพาสปอร์ต หากข้อมูลไม่ตรงกันจะไม่สามารถเข้าสอบได้ เมื่อทำการสมัครเรียบร้อยแล้วก็มาถึงขั้นตอนเลือกวัน – เวลาเข้าสอบ น้อง ๆ สามารถเลือกสอบได้ที่ศูนย์ทดสอบของ GED หรือผ่านการคุมสอบออนไลน์ก็ได้ โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

  • เข้าสู่ระบบบัญชี GED ของตนเอง
  • เลือกศูนย์สอบ / ออนไลน์
  • เลือกวิชาที่ต้องการสอบ
  • เลือกวันและเวลาสอบ
  • ชำระเงินโดยใช้บัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต

***น้อง ๆจะต้องพกพาสปอร์ตเพื่อยืนยันตัวตนตอนสอบ ไม่อย่างงั้นแล้วจะไม่ได้เข้าสอบ

***สำหรับนักเรียนที่เรียนกับทางสถาบัน The Advisor Academy เพียงนำพาสปอร์ตมาที่สถาบันทางสถาบันจะทำการสมัครสอบให้ค่ะ**

การเทียบวุฒิ GED (กับทางกระทรวงศึกาธิการ)

จากระเบียบการกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการปรับปรุงระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการสอบเทียบวุฒิการศึกษาในประเทศและต่างประเทศระดับการศึกษาพื้นฐาน พ.ศ.2560 ได้มีการประกาศให้สถาบันอุดมศึกษาเป็นผู้กำหนดคุณสมบัติหลักเกณฑ์ของผู้มีสิทธิเข้าศึกษาต่อ หากมหาวิทยาลัย หรือ คณะกำหนดให้สามารถนำวุฒิ GED ยื่นในการสมัครเข้าศึกษาต่อได้ แสดงว่านักเรียนสามารถนำวุฒิและผลการสอบ GED เพื่อสมัครเรียนได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องไปเทียบวุฒิที่กระทรวงศึกษาธิการ

สอบ GED เข้ามหาลัยไหนได้บ้าง?

ใครที่สงสัยว่าสอบ GED เข้ามหาลัยไหนได้บ้าง? สอบเทียบ GED เข้าคณะอะไรได้บ้าง? น้อง ๆ สามารถใช้ผลสอบ GED ยื่นสมัครเรียนได้ทั้งมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน หากเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐจะเน้นหลักสูตรนานาชาติ ส่วนมหาวิทยาลัยเอกชนก็สามารถยื่นได้ทั้งหลักสูตรไทยและหลักสูตรนานาชาติ ตัวอย่างคณะจากมหาวิทยาลัยชั้นนำที่รับผลสอบ GED อาทิ

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (หลักสูตรนานาชาติ)

GED ยื่นเข้าคณะอะไรได้บ้าง จุฬา
  • สาขาเทคโนโลยีชีวภาพ (BBTech)
  • คณะวิศวกรรมศาสตร์ (ISE)
  • สาขาวิศวะเคมี (ChPE)
  • สถาบันวัตกรรมบูรณาการ (Bascii)
  • สาขาเคมีประยุกต์ (BSAC)
  • คณะบริหารธุรกิจ (BBA)
  • คณะเศรษฐศาสตร์ (EBA)
  • สาขาการจัดการสื่อสาร (CommArts)
  • สาขาการออกแบบนิเทศศิลป์ (CommDe)
  • สาขาวิชาการออกแบบสถาปัตยกรรม (INDA)
  • คณะอักษรศาสตร์ (BALAC)
  • สาขาการเมืองและโลกสัมพันธ์ศึกษา (PGS)
  • สาขาวิทยาศาสตร์จิตวิทยา (JIPP)

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (หลักสูตรนานาชาติ)

GED ยื่นเข้าคณะอะไรได้บ้าง ธรรมศาสตร์
  • คณะวิศวกรรมศาสตร์ (TEP/TEPE)
  • สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินทร (SIIT)
  • คณะบริหารธุรกิจ (BBA)
  • คณะเศรษฐศาสตร์ (BE)
  • คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง (UDDI)
  • สาขาวิชาการจัดการออกแบบ ธุรกิจ และเทคโนโลยี (DBTM)
  • สาขานวัตกรรมการบริการ (BSI)
  • หลักสูตรโลกคดีศึกษาและการประกอบการสังคม (GSSE)
  • สาขาการเมืองเศรษฐศาสตร์ (PPE)
  • สาขาการเมืองและการระหว่างประเทศ (BIR)
  • คณะวารสารศาสตร์ (BJM)
  • หลักสูตรอังกฤษและอเมริกันศึกษา (BAS)
  • คณะนิติศาสตร์ (LL.B.)
  • คณะศิลปศาสตร์ (BEC)
  • สาขาโครงการวิเทศคดีศึกษา (IAC)
  • สาขานโยบายสังคมและการพัฒนา (SPD)
  • วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ (PBIC)

วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล

GED ยื่นเข้าคณะอะไรได้บ้าง มหิดล
  • คณะวิทยาศาสตร์ (B.Sc.)
  • คณะวิศวกรรมศาสตร์ (B.Eng.)
  • สาขาเทคโนโลยีสร้างสรรค์ (Creative Technology)
  • คณะบริหารธุรกิจ (BBA)
  • สาขาสื่อและการสื่อสาร (Media and Communication)
  • คณะศิลปศาสตร์ (Arts)
  • สาขาผู้ประกอบการด้านธุรกิจการเดินทางและธุรกิจบริการ (THM)

วิทยาลัยกับมหาวิทยาลัยอื่น ๆ (ภายในประเทศ)

GED ยื่นเข้าคณะอะไรได้บ้าง อื่นๆ
  • วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
  • วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยศิลปากร
  • มหาวิทยาลัยแสตมฟอร์ด
  • วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล
  • วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี
  • พระจอมเกล้าพระนครเหนือ
  • วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
  • วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยนเรศวร
  • วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยบูรพา
  • วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
  • วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
  • วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
  • วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
  • วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยศรีปทุม
  • วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
  • วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
  • วิทยาลัยนานาชาติ
  • มหาวิทยาลัยรังสิต
  • มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ

วิทยาลัยกับมหาวิทยาลัยอื่น ๆ (ต่างในประเทศ)

GED ยื่นเข้าคณะอะไรได้บ้าง ต่างประเทศ

นอกจากนี้ สามารถใช้ยื่นเข้ามหาวิทยาลัยในต่างประเทศได้อีกด้วย แต่ส่วนใหญ่มหาวิทยาลัยที่รับวุฒิ GED จะต้องใช้คะแนน IELTS ประกอบการยื่นสมัครเข้าเรียนต่อ หากน้อง ๆ สนใจมหาวิทยาลัยไหนจะต้องศึกษาเงื่อนไขและข้อมูลให้พร้อมก่อนยื่นสมัคร

  • University of California
  • Columbia University
  • Harvard University
  • New York University
  • Alabama State University
  • Colorado State University
  • Penn State University
  • University of Michigan
  • The University of Queensland
  • University of Melbourne
  • Auckland University
  • Victoria University of Wellington
  • University of London
  • Regent’s University London

คอร์สเตรียมความพร้อมสอบ GED ที่ The Advisor Academy !

การสอบ GED คืออะไร? GED คือการสอบเทียบวุฒิการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) ของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งปัจจุบันในประเทศไทยกระทรวงศึกษาธิการได้ให้การรับรองแล้ว โดยการสอบ GED มีทั้งหมด 4 วิชา ได้แก่ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์ และสังคมศึกษา (ข้อสอบเป็นภาษาอังกฤษ) ซึ่งเน้นการวิเคราะห์ การอ่านจับใจความ และการตีความข้อมูลมากกว่าการท่องจำ โดยเกณฑ์ผ่านของคะแนน GED คือ 145 คะแนนขึ้นไปในแต่ละวิชา ดังนั้นการเตรียมสอบ GED ควบคู่กับการเรียน ielts เพื่อเสริมทักษะภาษาอังกฤษหรือการติว SAT ร่วมด้วย จะยิ่งช่วยให้น้อง ๆ มีความพร้อมในการเรียนในระดับมหาวิทยาลัยมากขึ้น

หากน้อง ๆ นักเรียนที่มีอายุ 14-20 ปี อยากสอบ GED ให้ผ่านฉลุย มาเตรียมลุยข้อสอบกับ The Advisor Academy หนึ่งในสถาบันเตรียมสอบหลักสูตรนานาชาติ (Test Preparation Center) ชั้นนำในประเทศไทยที่มีหลักสูตรติว GED ทั้งแบบส่วนตัวแบบคู่ และแบบกลุ่ม โดยในคอร์สติว GED จะมีการประเมินพื้นฐานภาษาอังกฤษก่อนเรียน พร้อมวางแผนเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยเป็นรายบุคคลให้อย่างละเอียด เข้าเรียนสดผ่านระบบ Zoom จำนวน 100 ชั่วโมงเต็ม พร้อมไฟล์บันทึกการสอนเพื่อทบทวนย้อนหลัง รวมทั้งมีการทดสอบ GED กับครูผู้สอนก่อนลงสู่สนามสอบจริงอีกด้วย

หากน้องๆ สนใจคอร์สติวสอบ GED ของ The Advisor Academy สามารถดูรายละเอียดได้ที่ https://theadvisoracademy.com/geds

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการสอบ GED

1. เปลี่ยนวันสอบ GED หรือยกเลิกการสอบและขอเงินคืนได้ไหม

พี่ขอแบ่งเป็น 2 กรณี ดังนี้ค่ะ

  • กรณีเปลี่ยนวันสอบ น้อง ๆ สามารถเปลี่ยนได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ แต่ต้องทำการเปลี่ยนก่อนถึงเวลาสอบจริง 24 ชั่วโมงค่ะ
  • กรณีต้องการยกเลิกการสอบและขอเงินคืน น้อง ๆ ก็สามารถทำได้เช่นกัน แต่ต้องยกเลิกการสอบก่อนถึงเวลาสอบจริง 24 ชั่วโมงนะคะ โดยทาง GED จะคืนค่าสอบผ่านบัตรเครดิตที่ใช้ในการลงทะเบียนสมัครสอบค่ะ 

2. เอกสารที่ต้องเตรียมไปในวันสอบ GED

หนังสือเดินทาง (Passport) เล่มจริง หรือ บัตรประชาชน

3. คะแนนไม่ถึงเกณฑ์ 145 จะต้องทำอย่างไร

สามารถ Retest วิชาที่สอบไม่ผ่านได้ไม่เกิน 2 ครั้ง ค่ะ ซึ่งน้อง ๆ ต้องจ่ายค่าสอบวิชาละ 85 USD เหมือนเดิมนะคะ แต่ถ้าสอบครบ 3 ครั้ง คะแนนก็ยังไม่ถึงเกณฑ์ 145 คะแนน จะต้องเว้นระยะเวลาในการสอบในครั้งถัดไปไม่น้อยกว่า 60 วัน จึงจะสามารถกลับมาสอบในวิชานั้นใหม่ได้

4. GED ไม่จบม.3 สอบได้ไหม

สอบได้ค่ะ เพราะการสอบ GED ไม่ได้จำกัดวุฒิการศึกษาขั้นต่ำ แค่อายุ 16 ปีขึ้นไปก็สามารถสอบเทียบ GED ได้ค่ะ

5. คะเเนน GED รอกี่วัน

รอไม่เกิน 1 วันทำการ ยกเว้นวิชา RLA รอผลประมาณ 2-3 วันค่ะ

Our Star

พีพี กฤษฎ์ อำนวยเดชกร

PP

กฤษฎ์ อำนวยเดชกร
นักแสดงดาวรุ่ง จากค่ายบางกอกนาดาว

ญดา นริลญา กุลมงคลเพชร

YADA

นริลญา กุลมงคลเพชร
นักแสดงชื่อดังจากเลิฟซิคเดอะซีรีส์,
ละครเรื่องนารีริษยา
และภาพยนต์ชื่อดังอย่าง ‘ร่างทรง’

MEYOU

ชิษณุชา ตันติเมธ
นักร้องหนุ่ม เจ้าของเพลงฮิตอย่าง “ภาวนา”

เหม่เหม ธัญญวีร์ ชุณหสวัสดิกุล

MEIMEI

ธัญญวีร์ ชุณหสวัสดิกุล
นักแสดงสาวดาวรุ่งจาก
ช่อง 7

MINTCHY

สมัชญา อัศวนิเวศน์
Youtuber ชื่อดัง
เจ้าของช่อง mintchyy

Our Success

ความพึงพอใจจากผู้ปกครอง

“ลูกไม่เคยติวหนังสือ ไม่เคยเรียนที่สถาบันใดๆเลยนี่เป็นครั้งแรกที่ตัดสินใจลงเรียนที่สถาบัน…ผลลัพธ์ถือว่าพอใจมากน้องเรียน GED ทั้งหมด 4 วิชา คุณครูสอนเนื้อหาได้คลอบคลุมพอน้องไปสอบ น้องก็ทำข้อสอบได้ และ ได้คะแนนสูงตามที่หวังไว้ด้วยค่ะ”